แนะกลยุทธ์ผู้ประกอบการไทย เจาะตลาดเพื่อนบ้าน CLMV สร้างโอกาสเติบโต
กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม หลังเจอวิกฤตโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมายังมีปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถกลับมาเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจมีความชัดเจนและต่อเนื่อง และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในระยะยาว รวมถึวค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติจำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้นำขึ้นมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิภัทร อัศววิชัยโรจน์ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ เปิดเผยว่า ตลาดต่างประเทศ CLMV มีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากมีพฤติกรรมการบริโภคค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน อีกทั้งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากไทยเป็นที่ยอมรับในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก
ขณะเดียวกันวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคมีลักษณะคล้ายใกล้เคียงกัน การเข้าไปในตลาดเพื่อทำธุรกิจสามารถเข้าไปได้ง่าย และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากมีตัวแทนทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนที่คอยสนับสนุนและทำกิจกรรมร่วมกันกับภาครัฐ ภาคธุรกิจในประเทศเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
โดยผู้ประกอบการไทยควรศึกษาว่าสินค้าของตนมีความแตกต่างกับสินค้าท้องถิ่นในต่างประเทศนั้นอย่างไรก่อนเข้าบุกตลาด เช่น สินค้าที่จะนำเข้าไปขายในสาธารณรัฐประชาชนลาว สินค้าที่ได้รับความนิยมจะเป็นสินค้าจำพวก สมุนไพร ของกินของใช้เครื่องปรุงรสต่าง ๆ จะสามารถขายได้ดีในสาธารณรัฐประชาชนลาว เนื่องจากมีวัฒนธรรมการบริโภคคล้ายกับในประเทศไทย ส่วนทางประเทศเวียดนาม ผู้บริโภคจะสนใจในเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้าทางตะวันตกเข้ามาในเวียดนามค่อนข้างมาก
ดังนั้นจึงต้องหาความแตกต่างและตอบโจทย์การเติบโตในสังคมเมืองของประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ควรเข้าใจและศึกษาในกลุ่มลูกค้าในบริบทต่า งๆ เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิภัทร กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ควรหันมาใส่ใจในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นกลุ่มชาวต่างชาติ เนื่องจากการแข่งขันในตลาดต่างประเทศยังมีโอกาสเติบโตให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย
นอกจากนี้สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในประเทศเพื่อนบ้าน CLMV โดยสามารถส่งออกสินค้าผ่านตัวแทนหรือหน่วยงานทางภาครัฐหรือภาคเอกชน โดยผู้ประกอบการควรเข้าร่วมในการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าต่าง ๆ) เพื่อทำการจับคู่ธุรกิจ Business matching กับผู้ประกอบการต่างประเทศ เพื่อศึกษาและเรียนรู้ถึงข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ของประเทศที่จะทำการค้า ที่สำคัญในกรณีที่สินค้ามีลักษณะแบบเดียวกันผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีควรมีความแตกต่างทางด้านการบริการ นโยบายการคืนสินค้า การให้สินเชื่อ และบริการหลังการขายจะทำให้มีความแตกต่างเมื่อเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสินค้าลักษณะแบบเดียวกัน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB