เฟรเซอร์สฯ กางแผน 5 ปี บาลานซ์พอร์ตสู่เป้าหมาย 3 หมื่นล้าน
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งเป้าเติบโต 15% ต่อเนื่องทุกปี หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าเช่าในธุรกิจคอมเมอร์เชี่ยลและอินดัสทรีเพิ่มสร้างความยั่งยืน
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายระยะยาว 5 ปี (2566-2570) หรือ FPT Next 2025 คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อเนื่อง หรือจะมีรายได้รวมจากทุกธุรกิจอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท ในปี 2570 สำหรับแผนระยะกลาง 3 ปี ในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 21,195 ล้านบาท
ในปี 2568 คาดการณ์ส่วนแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจต่าง ๆ ดังนี้
- ธุรกิจบ้าน จะมีรายได้อยู่ที่ 14,625 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 69%
- ธุรกิจอุตสาหกรรม จะมีรายได้อยู่ที่ 4,874 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 23%
- ธุรกิจคอมเมอร์เชี่ยล จะมีรายได้อยู่ที่ 1,696 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 8%
สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 16,346 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจต่าง ๆ ดังนี้
- ธุรกิจบ้าน คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 12,259 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรายได้รวม
- ธุรกิจอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 2,780 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 17% ของรายได้รวม
- ธุรกิจคอมเมอร์เชี่ยล คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1,307 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 8% ของรายได้รวม
เป้าหมายทางธุรกิจของเราไม่ใช่การเป็นอันดับ 1 ทางด้านยอดขายหรือรายได้ แต่เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการธุรกิจ (บาลานซ์ พอร์ตโฟลิโอ) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งแม้จะมองว่าประเทศไทยยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่จากการเกิดปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องมีความยืดหยุ่นทางธุรกิจ และเราสามารถผ่านวิกฤตดังกล่าวมาได้โดยไม่ต้องปรับลดพนักงานใด ๆ เป็นเครื่องยืนยันถึงการบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ
ขณะที่ ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมจากทุกธุรกิจอยู่ที่ 17,925 ล้านบาท แบ่งเป็น
- ธุรกิจบ้าน คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 13,085 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 73% ของรายได้รวม
- ธุรกิจอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 3,405 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 19% ของรายได้รวม
- ธุรกิจคอมเมอร์เชี่ยล คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1,435 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 8% ของรายได้รวม
นายธนพล กล่าวว่า แม้ว่าปัจจัยในปี 2566 จะมีแนวโน้มที่เติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม แต่เป็นปีที่จะต้องระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ สถานการณ์เงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หลายสำนักมีการคาดการณ์ไว้หรือไม่
นอกจากนั้น การแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยผู้เล่นหน้าใหม่และรายเก่า มีการปรับตัวขยายธุรกิจในเซกเตอร์ต่าง ๆ เพิ่ม อาทิ อินดัสทรี และ คอมเมอร์เชี่ยล ซึ่งจะไม่ได้โฟกัสธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและปัจจัยการฟื้นตัวรวมถึงผลกระทบในบางธุรกิจของอสังหาริมทรัพย์
ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบในประเทศไทยคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านทาวน์โฮม ซึ่งหลาย ๆ ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เป็นปัจจัยความท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในปี 2566
อย่างไรก็ตาม มูลค่าสินทรัพย์ของ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565 มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 98,967 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2568 จะมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ Top 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกลุ่มที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมอีกด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB