ย้อนดูนโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทย ที่โดนใจคนไทย
เมื่อพรรคเพื่อไทยได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง หลายคนกำลังจับตานโยบายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีนักวิชาการตั้งข้อสงสัยเงินงบประมาณที่นำมาใช้ว่าจะมาจากไหน ท่ามกลางประชาชนที่คาดหวังว่าจะมีนโยบายเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนเหมือนกับที่ผ่านมา ทีมข่าวสำรวจความเห็นประชาชนหลายวัยถึงนโยบายที่โดนใจที่สุด
แจกเงินดิจิทัล 10,000 นโยบายเรือธง พรรคเพื่อไทยแต่ทำได้ยาก
ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน หลังได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย โดยหลายคนกำลังจับตานโยบายของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เพราะมีความเชื่อมั่นว่าเพื่อไทย จะสามารถบริหารเศรษฐกิจของประเทศได้ดี เหมือนผลงานที่ผ่านมา
“อยู่ในช่วงที่หนูกำลังจะเรียนจบ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะเฝ้ารอคอย เพราะว่าฐานเงินเดือนก็น่าจะสูงมากขึ้นด้วย”
“ก็อยากให้ช่วยชาวนาครับ อยากให้ช่วยชาวนา เพราะว่าผมมาทำนี่อาชีพเสริม อาชีพจริง ๆ ก็คือชาวนา”
“โดยเฉพาะช่วยเหลือคนยากคนจนเป็นหลักเนี่ย ผมเห็นด้วยอยากมากเลย แล้วก็อยากจะให้ช่วยเร็ว ๆ ด้วย”
“เชื่อมั่นนะ เชื่อมั่นและเชื่อใจด้วย เพราะว่าทีมงานเขาก็เก่ง อะไรก็สู้ประสบการณ์ไม่ได้หรอก”
โดยความเห็นของประชาชนที่เชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ซึ่งส่วนใหญ่มั่นใจเพราะผลงานในอดีต ตั้งแต่สมัยอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร จากพรรคไทยรักไทย ซึ่งในยุคนั้นนโยบายโดดเด่นที่ประชาชนนึกถึงมากที่สุดคือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
ต่อมาในสมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นโยบายประกันราคาสินค้าเกษตรเป็นนโยบายที่โดนใจเกษตรกร ในขณะที่ผู้ใช้แรงงานนึกถึงค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท
เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทย นาย เศรษฐา ทวัสิน นโยบายด้านเศรษฐกิจที่คนพูดถึงมากที่สุด คือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท และประชาชนคาดหวังว่าะได้รับเร็ว ๆ นี้ เพื่อมาบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่แพงมาก
ในขณะที่ประชาชนต้องการเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่ในมุมของนักวิชาการแสดงความกังวลว่าบางนโยบาย รวมไปถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) 10,000 บาท จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่คุ้มค่าในระยะยาว
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ระบุว่า อาจจะโฆษณาว่าโครงการลักษณะนี้หมุนเงินแล้วสูงจนรัฐได้เงินกลับคืนมาเยอะมหาศาล ซึ่งความเป็นจริงแล้วจากอดีตที่ผ่านมามักจะไม่เป็นเช่นนั้น แล้วผลลัพธ์มักจะเป็นการคล้าย ๆ กับผลักภาระไปให้อนาคต คือไปกู้มา ทำให้สถานการณ์หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับดูงบประมาณในการทำนโยบายของพรรคเพื่อไทย รวมกว่า 1.8 ล้านล้านบาท เช่น นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 560,000 ล้านบาท นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน 13,000 ล้านบาท นโยบายการดูแลผู้สูงอายุ 300,000 ล้านบาท นโยบายรถไฟฟ้า กทม.20 บาท ตลอดสาย 40,000 ล้านบาท เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จึงต้องจับตาว่าการทำนโยบายครั้งนี้ จะเกิดความสมดุลทั้งการช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องไม่เป็นภาระการคลังของประเทศได้อย่างไร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB