ศุลกากรสกัดจับสินค้าเถื่อน มูลค่ากว่า 46.71 ล้านบาท
ศุลกากรเร่งป้องกันและปราบปรามจับกุมสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและของที่เป็นอันตรายต่อสังคม มูลค่ากว่า 46.71 ล้านบาท
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความกังวลกับการเข้ามาของสินค้าราคาต่ำไม่ได้คุณภาพ จึงสั่งการให้กรมศุลกากรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าที่มีราคาต่อหีบห่อน้อยกว่า 1,500 บาท เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 5 ก.ค. 67 รวมถึงเข้มงวดการนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
โดยขอหมายศาลตรวจค้นจับกุมสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากโกดังที่เก็บสินค้าเพื่อรอการจำหน่ายได้เป็นจำนวนมาก และยังเพิ่มอัตราสุ่มเปิดตรวจตู้คอนเทนเนอร์สินค้า
สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 67 ได้เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง พบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์แต่งรถยนต์ มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และไม่พบเอกสารหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 14,944 ชิ้น มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท และในวันที่ 5 สิงหาคม 2567 พบรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ตรวจค้นพบสินค้าประเภทหลอดไฟแอลอีดี หม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ และพัดลมตั้งพื้น จำนวน 1,260 ชิ้น มูลค่า 1 ล้านบาท
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา
เศษพลาสติก
เมื่อวันที่ 25 – 26 ก.ค. 67 ตรวจค้นรถบรรทุกพ่วง 3 คัน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา พบเศษพลาสติกจำนวน 60,000 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ เบื้องต้นไม่มีเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดง จึงได้ทำการยึดของดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ยาเสพติด
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 67 ตรวจพบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ณ ศูนย์ไปรษณีย์สุวรรณภูมิ โดยสำแดงชนิดสินค้าเป็น “Chinese Character Hanging” ปลายทางประเทศออสเตรเลีย เมื่อเปิดตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน (HEROIN) ซุกซ่อนอยู่ภายในป้ายมงคลภาษาจีนแบบแขวน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1,125 กรัม มูลค่า 3,375,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. กรมศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ AITF ตรวจสอบสินค้าเร่งด่วนขาเข้า นำเข้าทางคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้นทางประเทศ CHILE สำแดงชนิดสินค้าเป็น “BASKETBALL HOOPS” ผลการตรวจสอบพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (Cocaine) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 990 กรัม มูลค่า 3 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในห่วงบาสเกตบอล หน่วยปฏิบัติการ AITF จึงดำเนินการขออนุมัติขอครอบครองยาเสพติด เพื่อขยายผลไปยังผู้กระทำผิด จนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวไทย ซึ่งเป็นผู้มารับของกลางดังกล่าว จึงดำเนินการควบคุมตัวเพื่อสืบสวนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป
บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
ระหว่างวันที่ 1 - 12 ก.ค. 67 เข้าตรวจค้นพัสดุในบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา พบ บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1,802,800 มวน มูลค่า 9,014,000 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 10,245 ชิ้น มูลค่า 4,098,000 บาท รวมมูลค่า 13,112,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ได้เข้าตรวจค้นโกดัง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา พบ บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1,728,000 มวน รวมมูลค่า 8,640,000 บาท ซึ่งของดังกล่าวมีเมืองกำเนิดต่างประเทศและไม่ปรากฏหลักฐานในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง จึงทำการยึดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ยาเสตียรอยด์สำหรับฉีดและรับประทานสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมสินค้านำเข้า ประเทศกำเนิด KOREA ต้นทางบรรทุกจาก UNITED ARAB EMIRATES จำนวน 4 Carton น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 117 กิโลกรัม สำแดงชนิดสินค้าเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (PERSONAL EFFECT SUPPLEMENT) ราคา 53,022.20 บาท ผลการตรวจสอบสินค้า ไม่พบสินค้าตามสำแดง แต่ตรวจพบเป็นยาเสตียรอยด์สำหรับฉีดและรับประทานสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่หมดอายุหรือใกล้จะหมดอายุ จำนวน 3,043 กล่อง มูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท เบื้องต้นผู้นำเข้าไม่มีใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามาแสดงในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากร จึงได้ยึดของดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ส่วนประกอบอาวุธปืน
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ตรวจสอบสินค้าที่ขนส่งทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 ชิ้ปเม้น ที่ได้อายัดไว้ โดยชิบเม้นแรก ระบุประเทศกำเนิดและต้นทางบรรทุก UNITED STATES จำนวนหีบห่อรวม 5 PK น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวม 131.40 กิโลกรัม น้ำหนักสุทธิ 98.5 กิโลกรัม ผู้นำเข้าสำแดงอุปกรณ์สำหรับใช้ในการออกกำลังกาย (SPORTS EQUIPMENT - WORKOUT EQUIPMENT) จำนวน 27 ชุด แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตนขอรับของ ตรวจพบ เป็นส่วนประกอบอาวุธปืน เช่น ชุดลั่นไก โครงปืน กระบอกเก็บเสียง แม๊กกาซีน และเครื่องกระสุนปืน รวมจำนวน 85 รายการ ประกอบด้วยอะไหล่และส่วนประกอบปืน จำนวน 146 ชิ้น มูลค่า 970,000 บาท ซองกระสุนและอุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 90 ชิ้น มูลค่า 280,000 บาท และเครื่องกระสุน จำนวน 81 กล่อง (ประมาณ 1,620 นัด) มูลค่า 120,000 บาท ชิปเม้นที่สอง ระบุประเทศกำเนิดและต้นทางบรรทุก UNITED STATES จำนวนหีบห่อรวม 4 PK น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวม 101.50 กิโลกรัม น้ำหนักสุทธิ 76 กิโลกรัม สำแดงอุปกรณ์สำหรับใช้ในการออกกำลังกาย (SPORTS EQUIPMENT - WORKOUT EQUIPMENT) จำนวน 32 Sets แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตนขอรับของ ตรวจพบ เป็นส่วนประกอบอาวุธปืน เช่น ชุดลั่นไก โครงปืน กระบอกเก็บเสียง แม๊กกาซีน และเครื่องกระสุนปืน รวมจำนวน 65 รายการ ประกอบด้วย อะไหล่และส่วนประกอบ จำนวน 126 ชิ้น มูลค่า 550,000 บาท ซองกระสุนและอุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 50 ชิ้น มูลค่า 30,000 บาท เครื่องกระสุน จำนวน 104 กล่อง (ประมาณ 2,080 นัด) มูลค่า 130,000 บาท รวมสินค้าทั้ง 2 ชิปเม้น จำนวน 150 รายการ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ประกอบด้วย อะไหล่และส่วนประกอบ จำนวน 272 ชิ้น มูลค่า 1.52 ล้านบาท ซองกระสุนและอุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 140 ชิ้น มูลค่า 310,000 บาท เครื่องกระสุน จำนวน 185 กล่อง (ประมาณ 3,700 นัด) มูลค่า 250,000 บาท
ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และกลุ่มอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ (Call Center)
ตามที่กรมศุลกากรได้บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจพบอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ยี่ห้อ “STARLINK” ที่มีการนำเข้ามาทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ การนำเข้าทางอากาศยานในรูปแบบของติดตัวผู้โดยสารและคลังสินค้า รวมถึงการเข้าตรวจค้นโกดังร้างที่สงสัยว่ามีการลักลอบขนย้ายสินค้าที่ยังมิได้เสียภาษีอากร และไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 31 ก.ค. ตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเพิ่มเติมได้จำนวน 237 เครื่อง และอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 6,200 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 7.29 ล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB