จากกรณีที่มีการโพสต์ขายใน กลุ่มขาย กับข้าวขาย ของกิน ภูเก็ต ได้มีการ นำภาพปลาหมอคางดำ นำออกสื่อโซเชียล ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ 29 ก.ค.67 เพจขยะมรสุม MONSOOGARBAGE Thailand ได้โพสต์ ระบุว่า ปลาหมอคางดำที่เอาเข้ามาภูเก็ต ระวังไข่หลุดลงท่อน้ำนะครับ #เป็นห่วง และต่อมาโพสต์ต่อว่าโอเค ผมเหมาปลาหมอคางดำ ที่ภูเก็ตทำลายทิ้งหมดครับ เหลือแค่ไปเอามา ใครช่วยได้บ้างครับ ช่วยจัดการหน่อย แถวๆสามกองไม่ต้องว่าอะไรน้องเขานะ ผมคุยกันแล้ว เดี๋ยวมาช่วยกันระวัง
จากนั้นทางเพจ ได้ประสานนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต เพื่อมารับปลาหมอคางดำที่เหมามาทั้งหมดไปทำลาย
โดยนาย เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า มีกลุ่มเพจขยะมรสุมไปเจอเพจกลุ่มซื้อขายอาหารในจังหวัดภูเก็ต ไปพบผู้ประกอบการรายหนึ่ง สั่งปลาหมอคางดำมาจำหน่ายที่จังหวัดภูเก็ตในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ซึ่งทางกลุ่มขยะมรสุม ได้พบเห็นแล้วได้ไปซื้อมาส่งมอบให้กับตนวันนี้ ตนได้ไปรับของมาและส่งมอบให้กับประมงจังหวัดภูเก็ตเพื่อทำการฝังกลบหรือทำลายปลาหมอคางดำ
และอยากจะประชาสัมพันธ์ ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ตว่า อย่าเพิ่งสั่งปลาหมอคางดำมาบริโภคในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากว่าเราไม่ทราบว่าในปากของปลาหมออาจจะมีไข่ตัวลูก เมื่อท่านผ่าแล้วล้างอาจทำให้หลุดรอดลงไปแหล่งน้ำธรรมชาติ
ด้านนายประยุธ รัตนวรรณ ประมงจังหวัดภูเก็ต เผยว่า ได้รับการประสานจาก สส.แซม สส.จังหวัดภูเก็ตว่า มีการนำปลาหมอคางดำขายผ่านเพจ ที่จังหวัดภูเก็ต ท่าน ส.ส ได้ประสานมาและแจ้งความเป็นห่วงมาว่า การที่เอาปลาหมอคางดำมาขายกลัวว่าจะมีลูกปลาที่อยู่ในปากหรือตัวที่ไม่ตายติดมาด้วย เลยประสานมายังประมงจังหวัดและมีความคิดเห็นร่วมกันว่าควรจะนำปลาพวกนี้ฝังกลบทำลายเสีย เพราะกลัวว่า อาจจะมีตัวที่ยังไม่ตายรอดลงสู่แหล่งน้ำ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับระบบนิเวศ
ซึ่งทางเพจมรสุมขยะ รับซื้อมาทั้งหมด 20 กิโลกรัม ประมาณ 3-4 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ จากการสอบถามผู้ที่สั่งเข้ามาทราบว่า สั่งผ่านมาจากจังหวัดสมุทรสาคร
ส่วนสาเหตุที่เลือกฝัง แทนการเผา เพราะ เผื่อว่าเหตุการณ์ครั้งหน้าอาจจะต้องมีการพิสูจน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถนำซากขึ้นมาพิสูจน์ได้
นายประยุธ ยังระบุอีกว่า ตอนนี้ฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต ยังไม่มีการระบาด เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือไม่นำปลาหมอคางดำเข้ามา