พิษอุทกภัย! ดึงดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ลดลง เร่งเยียวยาภาคธุรกิจ
ส.อ.ท. เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ลดลง หลังผู้ประกอบการกังวล “พิษอุทกภัย-หนี้ครัวเรือนสูง” แนะรัฐฯ เร่งกระตุ้น ศก. ลั่น “เห็นด้วย” แจกเงิน 10,000
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. 67 อยู่ที่ระดับ 87.7 ปรับตัวลดลง จาก 89.3 ในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยลบจากอุปสงค์ในประเทศชะลอตัวลง โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ในประเทศ 7 เดือนปีนี้ อยู่ที่ 354,421 คัน หดตัว 23.71% โดยเฉพาะรถกระบะและรถบรรทุก เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่กำลังซื้อยังเปราะบางจากความกังวลเรื่องปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.8% ต่อ GDP ในไตรมาส 2/67 กดดันการบริโภคในประเทศ
ผู้ประกอบการยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบ รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงปัญหาการทุ่มตลาดของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่า ส่งผลให้ยอดขายสินค้าลดลง นอกจากนี้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง ยังสร้างความเสียหายให้แก่ภาคเกษตร-อุตสาหกรรม และส่งผลให้ภาคก่อสร้างชะลอตัวลงด้วย.....นายเกรียงไกร กล่าว
อัปเดต เส้นทางพายุ “ดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม เคลื่อนปกคลุม “อีสาน-เหนือ”
ส่วนด้านส่งออกอัตราค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางสหรัฐฯ และยุโรป จากการเร่งส่งออกของจีนและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากระดับ 36.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ค. 67 เป็น 34.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ส.ค. 67 ส่งผลให้สินค้าไทยแพงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายลง ทำให้นักลงทุนและผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และมีความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวยังเป็นแรงสนับสนุนการบริโภคในประเทศ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 เดือนปีนี้กว่า 23,567,850 คน ขยายตัว 31% สร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่า 1,107,985 ล้านบาท
จากการสำรวจผู้ประกอบการครอบคลุม 46 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เดือน ส.ค. 67 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจโลก, เศรษฐกิจในประเทศ, ราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 40.6% ตามลำดับ ส่วนปัจจัยที่มีความกังวลลดลง ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ขณะที่ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 93.9 จาก 95.2 ในเดือน ก.ค. 67 ปัจจัยที่ผู้ประกอบการยังกังวล ได้แก่ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะ SMEs และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ปัญหาหนี้เสียที่มีแนวโน้มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 67 คาดว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคัก
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
- เร่งประกาศและสร้างความชัดเจนในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2567 เช่น มาตรการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน
- ปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้า เพื่อเสริมสภาพคล่องในภาคอุตสาหกรรม และชะลอการเรียกเก็บเงินประกันการใช้ไฟฟ้าเพิ่ม กรณีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในรอบปีสูงขึ้น รวมทั้งทบทวนลดเพดานวงเงินการประกันการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม
- ปรับปรุง พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (SG) และมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AC) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดระยะเวลาการพิจารณาไต่สวน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสินค้าทุ่มตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- ออกมาตรการเยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อาทิ ยกเว้นภาษีนิติบุคคล ขยายเวลาการยื่นภาษี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร รวมทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว
- ขอให้ภาครัฐยึดมติคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัด ในการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยที่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน
ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ 1 ต.ค.นี้ นายเกรียงไกร ระบุว่า ในมุมมองของเอกชนยอมรับว่ามีความกังวล ย้ำว่า ส.อ.ท.ยังเชื่อมั่นในระบบกลไกตามกฎหมายที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของไตรภาคี ซึ่งภาครัฐควรพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้เหมาะสม และต้องทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เพราะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยลดลงด้วย
ส่วนกรณีที่นายจ้างยกขบวนไม่ไปเข้าร่วมประชุมการประชุมพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรอบ 3 ของปี 67 ที่ผ่านมาทราบว่ามีการเรียกประชุมเร่งด่วน ทำให้นายจ้างแต่ละคนมีภารกิจจนทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ซึ่งมีการแจ้งไปแล้วว่าให้นัดหมายวันประชุมใหม่ในวันที่ 20 ก.ย.นี้แทน
หากวันที่ 1 ต.ค. 67 มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 400 บาททั่วประเทศจริง อาจทำให้ผู้ประกอบการเลิกกิจการได้บางกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนั้นมองว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้มาตรการนี้.....นายเกรียงไกร กล่าว
นอกจากนี้นายเกรียงไกรยังกล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่จะเริ่มแจกเงินภายช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ ว่า “เห็นด้วย” และอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด อีกทั้งมองว่าช่วยกระตุ้น GDP ได้ 0.35%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB