"ธปท." เผย เศรษฐกิจไทย ยังต้องจับตานโยบาย "ทรัมป์"
"ธปท." เผย เศรษฐกิจไทย ธ.ค. 67 ชะลอตัว ยังต้องจับตานโยบาย "ทรัมป์" คืบประธานบอร์ดแบงก์ชาติ-เตรียมรับสมัครผู้เข้าชิงผู้ว่า ธปท.คนใหม่
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยถึง ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ของเดือนธันวาคม 2567 และไตรมาส 4 ปี 2567 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ชะลอลงจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การขนส่งสินค้า ที่ปรับลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนทรงตัว
ส่วนภาคการท่องเที่ยว พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และรายรับภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายน 3.2 ล้านคน เป็น 3.6 ล้านคน ในเดือนธันวาคม ตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรัสเซียและออสเตรเลีย แต่ลดลงในกลุ่ม นักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีนและมาเลเซีย ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยโดยรวมอยู่ที่ 35.5 ล้านคน
ในส่วนของการส่งออกสินค้า พบว่าลดลง จาก 9.1% เป็น 8.4 % ที่ลดลงในหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะ หมวดรถยนต์ จากการส่งออกรถยนต์นั่ง , หมวดปิโตรเลียม ตามการส่งออกไปอาเซียนและบังคลาเทศ และ หมวดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ตามการส่งของผลไม้เนื้อสัตว์ และน้ำตาล ที่ลดลง
ทั้งนี้การผลิต ภาคอุตสาหกรรม ลดลงเช่นเดียวกัน ตามการผลิตสินค้าหมวดอื่นๆ อาทิ เครื่องจักรและเหล็ก รวมถึงปิโตรเลียมที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จาก 0.95% อยู่ที่ 1.23% ตามหมวดพลังงาน จากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่มีมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงกับเดือนก่อน แต่ปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จาก0.80% อยู่ที่ 0.79% จากหมวดอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหาร
ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามแรงขับเคลื่อนของกิจกรรมในภาคบริการและรายรับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงรายจ่ายลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำอยู่ในระดับสูง โดยทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวจากไตรมาสก่อนก่อน โดยส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการเงินโอนภาครัฐ แม้ยอดขายยานยนต์จะหดตัว
โดย ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2567 จะโตใกล้ 4% แต่อาจลดลงเล็ดน้อย จากเครื่องชี้ปัจจัยต่างๆโดยเฉพาะภาคการผลิตที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดไว้แต่มองว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ดีกว่าไตรมาส 3
สำหรับ แนวโน้มของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ยังต้องติดตามผลกระทบจากความไม่แน่นอนของแนวนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในเรียบร้อยแล้วนั้น จึงต้องมีการติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิดต่อไป
คืบหน้าการคัดเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติ
ขณะที่ความคืบหน้าการคัดเลือกประธานกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ โฆษกธปท. ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกไปแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงการคลังจะต้องเสนอ 1 รายชื่อ และ ธปท. เสนอ 2 รายชื่อ เพื่อให้คณะกรรมการสรรหา ที่มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธานตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนตามที่เป็นข่าวว่า วันที่ 7 กุมภาพันธ์จะประชุมแล้วเสร็จ เพื่อให้ได้รายชื่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบ่งชาติเลยนั้น
ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีทางที่จะใช้เวลาพิจารณาคุณสมบัติเพียงแค่ 2 วัน เพราะจากประสบการณ์การตรวจสอบคุณสมบัติครั้งก่อน ค่อนข้างใช้เวลาที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนจะเป็นชื่อ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ตามที่เป็นข่าวหรือไม่นั้น ตนเองก็ทราบเท่าที่ตามข่าวเช่นกัน
จะเริ่มเปิดให้ผู้มีคุณสมบัติเข้ารับสมัคร ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่
ส่วนความคืบหน้าการเลือก ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ แทนนาย เศรษฐพุฒ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ใกล้หมดวาระในเดือนกันยายนนี้ ขณะนี้ ธปท. ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้ว ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้มีคุณสมบัติเข้ารับสมัคร เพื่อให้ได้รายชื่อทัน ผู้ว่าธปท. คุณปัจจุบันหมดวาระก่อน 90 วัน ซึ่งคาดว่าจะได้รายชื่อภายในเดือนมิถุนายน หรือช้าสุดคือเดือนกันยายน ส่วนวันที่จะเปิดให้ ผู้ผ่านคุณสมบัติลงสมัครนั้นยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB