“พิชัย”แย้ม คุย USTR เบื้องต้นพอใจ หลังไทยสกัดสวมสิทธิ์สินค้าเข้มงวด
“พิชัย” รมว.พาณิชย์ แย้ม ! พูดคุย USTR เบื้องต้นพอใจ หลังไทยคุมเข้มสินค้าด้อยคุณภาพ – สกัดการสวมสิทธิ์อย่างเด็ดขาด ยัน ! ไทย เร่งเจรจาสหรัฐ ต่อเนื่อง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานเสวนา "ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ :โอกาสสู่การค้ายุคใหม่" ว่า ในภาวะวิกฤตจะมีโอกาส โดยต้องมาวิเคราะห์ว่าการที่หลายประเทศตั้งกำแพงภาษีเพิ่มขึ้น ในส่วนของไทยจะได้โอกาสอะไร อย่างเช่น สินค้าจีนที่ส่งไปสหรัฐถูกเก็บภาษีเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ในส่วนของไทยถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในตอนนี้เพียง 10% จึงต้องมองหาโอกาสว่ามีสินค้าใดบ้างที่จะส่งไปทดแทนสินค้าจากจีน
โดยเฉพาะสินค้าไทยที่มีศักยภาพ เช่น ถุงมือยาง ยางรถยนต์ และอาหารสัตว์ ซึ่งปัจจุบันไทยครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ประมาณ 20%
ส่วนทิศทางการส่งออกของไทย ยังมีแนวโน้มสดใสและจะยังเป็นบวก โดยเดือนมีนาคม 68 ยอดส่งออกเติบโตสูงถึง 17.8% มูลค่ากว่า 29,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ต้องยอมรับว่า อาจได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีของทรัมป์
ทั้งนี้ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กระทรวงพาณิชย์ จะใช้ 5 มาตรการหลักในการดำเนินการ ได้แก่
1. เพิ่มมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายด้านการใช้ฉลาก เช่น ฉลากต้องมี มอก. และ อย.
2. การบังคับใช้กฎหมายด้านการใช้ฉลากอย่างเข้มงวด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่ต้องมีฉลากภาษาไทยกำกับอยู่
3. เร่งเจรจา FTA กับ ประเทศคู่ค้า
4. การให้ความสำคัญการเปิดตลาดในอาเซียนเพิ่มเติม
5. การใช้มาตรการป้องกันและตอบโต้การค้าที่จำเป็นและเร่งด่วน
พร้อมยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ พร้อมในทุกด้าน และได้คิดล่วงหน้าไว้แล้วตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤตก็ต้องมองโอกาสด้วย
นายพิชัย ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการเร่งเจรจากับสหรัฐ โดยยืนยันว่า ไทยได้มีการติดต่อกับสหรัฐอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่า การดำเนินการการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งไทยยังมีความคาดหวังว่าจะเป็นหุ้นทางเศรษฐกิจในหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะแค่ทางการค้าอย่างเดียว ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียดกันต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยาวนาน ผมเชื่อว่า โอกาสที่จะคุยกันได้จบ มีโอกาสสูง และไม่น่ามีปัญหาอะไร รวมถึงยังได้หารือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ทั้งจากธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งให้ความสนใจบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางทางการเงินและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับความกังวลของภาคเอกชน นอกจากเรื่องสินค้าจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐได้ อาจทะลักเข้าไทยแล้ว ภาคเอกชน ก็มีความกังวลเรื่องการเจรจากับสหรัฐ ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีเวลาที่ถูกเลื่อนไป 90 วัน ซึ่งจากการพูดคุยกับบริษัทใหญ่ของสหรัฐ ทราบมาว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับ 10 ประเทศเจรจาอันดับแรก โดยไทยโชคดีที่อยู่อันดับที่ 11 หรือ 12 ซึ่งโอกาสที่ไทยจะเข้าไปเจรจาครั้งสองครั้งแล้วจะจบเลย ก็น่าจะจบได้
สิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐแจ้งมา ซึ่งไทยได้ดำเนินการ โดยการที่หากมีสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาแล้วใช้ไทยเป็นฐาน และทำการเปลี่ยนป้ายฉลากสินค้า ไทยก็คงจะไม่ยอมอีกต่อไป ที่สำคัญ จากการพูดคุยเบื้องต้น กับ USTR เท่าที่ทราบมา ทางสหรัฐก็พอใจ ที่ไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ และแฮปปี้กับแนวทางที่ไทยเสนอไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB