มอเตอร์โชว์ 2025 ดัน ยอดผลิตรถไฟฟ้าเดือน มี.ค.68 พุ่ง กว่า 300%
มอเตอร์โชว์ 2025 ดัน ยอดผลิตรถไฟฟ้าเดือน มี.ค.68 พุ่ง กว่า 300% ขณะที่การผลิต เพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 คัน คาด ทั้งปีรถไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เตะหลักแสน!
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า จากการจัดงาน Motor Show 2025 ที่ผ่านมา พบว่า มีสัดส่วนยอดจองรถภายในงานจำนวน 79,941 คัน ที่สัดส่วนของรถที่ถูกจองส่วนใหญ่ นั้น เป็นรถในกลุ่มไฟฟ้า ส่งผลให้ในเดือน มีนาคม 68 มีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 หรือจำนวน 7,552 คัน
และยังส่งผล ช่วยให้ยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเพิ่มขึ้นร้อยละ 341.44 คิดเป็น 5,412 คัน และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 78.40 หรือมียอดขายจำนวน 8,233 คัน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกไฟฟ้าสะสมในประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 126.12 สะท้อนให้เห็นถึงสัญญานที่ดีของการปรับตัวของผู้ประกอบการ ซึ่งนายสุรพงษ์ ได้คาดการณ์ด้วยว่า ภายในสิ้นปีนี้ จำนวนการจดทะเบียนใหม่ของรถไฟฟ้าจะอยู่ที่ราว 100,000 คัน
ขณะที่ จำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออก รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ในเดือนมีนาคม 2568 พบว่า สถิติการผลิต รถยนต์ ในเดือนมีนาคม 2568 ของไทย ผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 129,909 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 12.49 แต่ลดลงจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 6.09 เพราะผลิตส่งออกลดลงร้อยละ 9.36 จากการผลิตรถยนต์นั่งลดลงร้อยละถึง 51.18 มีสาเหตุจากการเปลี่ยนรุ่นรถบางรุ่นของรถยนต์นั่ง แต่ผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.01 เพราะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง BEV และ PHEV เพิ่มขึ้น แต่ผลิตรถกระบะลดลงถึงร้อยละ 29.32 ตามยอดขายรถกระบะยังคงลดลง
โดยนายสุรพงษ์ ระบุว่า สำหรับมาตรการกระบะพี่มีคลัง ที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ยังเห็นผลไม่ชัดเจน ว่ามีส่วนช่วยให้ยอดขายรถกระบะเพิ่มขึ้นได้จริงหรือไม่ ซึ่งอาจต้องรอประมาณ 2-3 เดือนก่อน ถึงจะทราบผลชัดเจน
สำหรับสถิติการจำหน่ายรถยนต์ พบว่า ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ ของเดือนมีนาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 55,798 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 13.15 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 0.54 จากรถกระบะที่ยังคงขายลดลงร้อยละ 7.84 เพราะการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังกังวลหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราต่ำ ค่าครองชีพสูง
ในส่วนของรถจักยานยนต์ มียอดขาย 151,331 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ร้อยละ 2.55 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 0.93
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้เปิดเผยถึงสถิติการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ในเดือนมีนาคม 2568 พบว่า รถยนต์สำเร็จรูป ส่งออกได้ 80,914 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้วร้อยละ 0.50 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 14.91 .เพราะมีการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์นั่งบางรุ่น และจากการเข้มงวดในการลดการปล่อยคาร์บอนของบางประเทศและการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกของจีนในบางประเทศคู่ค้า จึงส่งออกลดลง ในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตามส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์และอะไหล่เพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น แต่มูลค่าการส่งออกรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2568 ลดลงเหลือ 57,416.07 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 15.47
สำหรับการส่งออกรถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 91,951 คัน รวมชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 19.03 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 6.62 โดยมีมูลค่า 6,731.53 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2567 ร้อยละ 6.55
อย่างไรก็ตามรถจักรยานยนต์ยังคงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริการ้อยละ 32.2 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20.47 ของยอดส่งออกรถจักรยานยนต์ และในสหราชอาณาจักรเป็นอันดับสองมีสัดส่วนร้อยละ 13.29 เบลเยี่ยมเป็นอันดับสามมีสัดส่วนร้อยละ 11.89 ญี่ปุ่นร้อยละ 8.74
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย ว่า ประเทศไทยยังคงต้องคิดตามนโยบายการขึ้นภาษีของโดนัลทรัมป์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าระยะเวลาหลังจากนี้อีก 3 เดือน นโยบายดังกล่าวของทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยชัดเจนขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB