เผ่าภูมิ รับ! EVทะลัก-สงครามหั่นราคากระทบตลาดรถมือหนึ่ง ดันศึกษามาตรการภาษี Local Content
เผ่าภูมิ รับ! รถอีวีทะลัก-สงครามหั่นราคากระทบตลาดรถมือหนึ่ง ชี้ supply chain ในประเทศลดลง ดัน! ศึกษามาตรการภาษีหนุนใช้ Local Content เร่งดูแลตลาดรถมือสอง แย้ม! เตรียมนำ NETA เข้าบอร์ดอีวี เชื่อใช้เวลาดำเนินการไม่นาน
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานแถลงข่าว "เจาะลึกธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว รวมพลังฝ่าวิกฤต" ว่าแม้ไทยเคยเป็นแชมป์อุตสาหกรรมยานยนต์มานาน แต่ช่วงที่ผ่านมาได้เห็นภาวะการชะลอตัว จากการเข้ามาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และการแข่งขันเรื่องของราคา ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยชะลอตัวและเร่งปรับตัว โดยการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบเพื่อให้สามารถฟื้นตัวและสามารถแข่งขันได้นั้น จะต้องเริ่มปรับจากการเพิ่มสัดส่วนของการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย หรือ Local Content
ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่ในการสนับสนุน อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ หรือ Local Content ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างปรับปรุงโครงสร้างภาษี ส่งเสริมสัดส่วนการใช้ Local Content หรือ ชิ้นส่วนวัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น โดยกรมสรรพสามิต กำลังศึกษา เรื่องของโครงสร้างภาษี ที่จะนำมาผูกกับเงื่อนไขสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วน Local Content เพื่อนำมาประกอบในรถหนึ่งคัน
หรือหมายถึงรถยนต์คันไหนที่ใช้ชิ้นส่วน Local Content ประกอบรถยนต์สูง ก็จะได้รับอัตราภาษีที่เป็นมิตร ส่วนลดรถยนต์คันไหนที่ใช้สัดส่วน Local Content ต่ำ ก็อาจจะได้รับอัตราภาษีที่สูงขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตชิ้นส่วน หรือนำชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยมาประกอบเป็นรถยนต์มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ส่งผลต่อ การจ้างงาน ของแรงงานไทยเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามสำหรับตัวเลขสัดส่วนอัตราภาษีนั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา ว่าจะให้กรอบอัตราภาษีที่เท่าไหร่ โดยจะเป็นในรูปแบบของขั้นบันได ที่จะคิดอัตราภาษีตามสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วน Local content ในรถยนต์แต่ละคัน
ส่วนมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงรถยนต์ไฟฟ้าด้วยหรือไม่นั้น จะต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้ง โดยนายเผ่าภูมิระบุว่า การศึกษาในครั้งนี้จะต้องเป็น การศึกษาที่ได้รับผลและข้อสรุปโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ความคืบหน้ามาตรการดูแลรถยนต์โดยสาร หรือ Passenger car ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้ดูแลในด้านของมาตรการเรื่องภาษี มีการปรับเรื่องของ P-HEV ปรับขนาดน้ำมันไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตให้ได้ ซึ่งในเรื่องของ HEV ก็จะยังได้รับการสนับสนุนต่อไป
เราจะก้าวสู่ยุคของ EV ด้วยอัตราเร่งที่เหมาะสม โดยจะต้องไม่ทำลายอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม เพราะเราต้องอย่าลืมว่าพวกเค้าเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจของไทย และมีผู้คน มีเอสเอ็มอีหรือว่าแรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่เยอะมาก ซึ่งเราต้องทำให้พวกเขาสามารถยืนอยู่ต่อไปให้ได้
นายเผ่าภูมิ ย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น คือเรื่องของรถยนต์ที่ไทยนำเข้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทั้งรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์สันดาป ต้องมีการผลิตในประเทศให้สูงขึ้นและสิ่งน่ากังวลมากที่สุดตอนนี้ ก็คือรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามา มีสัดส่วนการผลิตในประเทศน้อย จึงเป็นข้อบ่งบอกว่าผลประโยชน์ในประเทศก็จะน้อยลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าของโครงการรถเก่าและรถใหม่ขณะนี้ อยู่ในช่วงของการศึกษารายละเอียดอย่างไรก็ตามหากได้ข้อสรุปอย่างไรจะรายงานความคืบหน้าต่อไป
ส่วนแนวนโยบายเกี่ยวกับรถมือสองของไทยขณะนั้น ตนเองมองว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าหากเราสามารถทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของรถมือสองได้ ก็เชื่อว่าจะสามารถทำให้ตลาดรถมือสองฟื้น เนื่องจากผู้บริโภคที่ซื้อรถมือสองไม่ได้ซื้อแค่ตัวรถแต่ซื้อความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีความสำคัญกับผู้ซื้อรถมือสอง
นายเผ่าภูมิระบุว่า มาตรการที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คือ การันตีคุณภาพของรถมือสอง การจัดเกรดคุณภาพของรถมือสอง ซึ่งถ้าหาก รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เข้าช่วยจัดคุณภาพของรถมือสองนั้น ตนเองมองว่าก็จะเป็นส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสอง จนนำไปสู่ให้ตลาดรถยนต์มือสองฟื้นตัวขึ้นได้
ทั้งนี้ ความคืบหน้ากรณีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ที่ไม่สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยได้ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) เป็นอย่างไรบ้างนั้น นายเผ่าภูมิ ระบุว่า อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจาแล้ว จะใช้เวลาดำเนินการไม่นาน
ด้าน สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย อย่าง นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า สำหรับกรณีเนต้าถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญ เชื่อว่ารัฐบาลจะมีทางออกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย ส่วนผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์เนต้าไปแล้วนั้น ตนเองมองว่าไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ เนื่องจากว่าในประเทศไทยมีอู่ซ่อมรถที่มีช่างมีฝีมืออยู่ค่อนข้างมาก และเชื่อจะสามารถช่วยเหลือผู้บริโภคได้
ส่วนสัญญาณของการเกิดปัญหาซ้ำรอย ขณะนี้มีหรือไม่ นายสุโรจน์ ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่มองว่าจากบทเรียนของเนต้าทำให้สมาคมฯ มีการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น และส่งผลดี เพื่อให้ภาครัฐหาวิธีป้องกันเพื่อให้ดูแลเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB