กกร. เผย ไทยส่งออกทองคำไปกัมพูชา สูงผิดปกติ ชี้! กระทบเงินบาทแข็ง
กกร. เผย ไทยส่งออกทองคำไปกัมพูชา ผิดปกติ เร่งหารือ ธปท. - กระทรวงการคลัง ดูรายละเอียดที่ชัดเจน มอง! ปัญหานี้กระทบเงินบาทแข็ง หวั่น! เอี่ยวธุรกิจใต้ดิน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทไทยที่ค่อนข้างแข็งค่าอยู่ขณะนี้ ว่า เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31.70 บาท และมาอยู่ที่ 31.60 บาท ซึ่งหลายคนมองว่ามีโอกาสจะไปแตะที่ 31.50 บาท โดยเรื่องนี้ทาง กกร. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วว่าเงินบาทเข้าสู่สภาวะแข็งค่าเกินความจำเป็น
นายเกรียงไกร ระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งขนาดนี้ ไม่สอดคล้องกับสภาวะที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไม่ดี กำลังการซื้อไม่ดี ซึ่งปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้ค่าเงินบาทควรจะอ่อน แต่ตามที่หลายคนบอกว่าปัญหาตอนนี้คือค่าเงินสหรัฐ อ่อนตัวทำให้เงินในภูมิภาคนี้แข็งค่าขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องจริง
"ต้องดูกันตามตรงว่าสาเหตุที่แท้จริงคือเกิดอะไรขึ้น ขึ้นกับค่าเงินของไทย และหากมองในเชิงเปรียบเทียบ เวลาสหรัฐอเมริกาค่าเงินแข็ง เงินในภูมิภาคนี้จะอ่อนตามกัน ประเทศไทยก็ต้องอ่อนตาม แต่ไทยกลับอ่อนปวกเปียกทุกครั้ง อ่อนมากกว่าคนอื่นเขา ในขณะที่ค่าเงินสหรัฐอ่อนและค่าเงินในภูมิภาคแข็งขึ้น เหมือนกับที่เป็นอยู่ ทำไมประเทศไทยค่าเงินบาทกลับแข็งขึ้นอยู่ในระดับต้นๆมากกว่าประเทศอื่นเสมอ"
ซึ่งตั้งแต่ครึ่งปีมาจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแล้วกว่า 7% เป็นอันดับที่สองในภูมิภาครองจากไต้หวันเท่านั้น เพราะฉะนั้นนี้คือปัญหา ที่จะกระทบผู้ส่งออก ทั้ง ปัญหาที่โดนภาษีนำเข้าของสหรัฐ 19% และต้องเผชิญกับปัญหาค่าเงินซ้ำอีก
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ที่สำคัญกว่านั้นไม่ใช่เฉพาะภาคส่งออก แต่รวมถึงภาคการท่องเที่ยวด้วยที่จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากไทยพยายามจะเร่งฟื้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งถ้าหากค่าเงินของเราแข็ง หมายความว่า นักท่องเที่ยวที่อยากมาเที่ยวไทย อาจจะลังเลและเบี่ยงเบนไปเที่ยวประเทศอื่นมากกว่า เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น
นอกจากนี้นายเกรียงไกร ระบุว่า กกร. ได้เห็นความผิดปกติบางอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกทองคำของไทยไปกัมพูชา ซึ่งอาจจะมีผลที่ทำให้ค่าเงินของไทยแข็ง โดยกกร. กำลังลงรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง และจะมีการ หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ในการลงรายละเอียดที่ชัดเจนและหาแนวทางแก้ไขต่อไป
ยกตัวอย่างเช่น การส่งออกไปกัมพูชา หมวดที่สูงมากคืออัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งทำให้ต้องตั้งข้อสังเกตว่ากัมพูชาเป็นประเทศเล็กๆแต่ทำไมไทยถึงมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าประเภทนี้ไปค่อนข้างเยอะ แต่หลังจากที่ กกร.ไปดูในรายละเอียดกลับพบว่าเป็นทองคำส่วนใหญ่ ในสัดส่วนการส่งออกสินค้าหมวดหมู่นี้
“จากที่ทราบกันดีว่าประเทศกัมพูชามีปัญหาในเรื่องของสแกมเมอร์ที่ค่อนข้างเยอะจึงทำให้ กกร. จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมประเทศไทยส่งออกทองคำที่กัมพูชาค่อนข้างเยอะและมากผิดปกติ และมีความกังวลว่า เรื่องนี้จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดินหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและจับตาดูต่อไป เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด“
อย่างไรก็ตามการตั้งข้อสังเกตในปัจจัยดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กกร.ยังไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ เรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่คาดไม่ถึงเพราะเป็นเศรษฐกิจนอกระบบ
ทั้งนี้ การส่งออกทองคำไปกัมพูชาอาจจะมีทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายซึ่งก็ต้องดูที่รายละเอียดกันอีกครั้งหลังการหารือร่วมกับรัฐบาล
"สำหรับตัวเลขการส่งออกทองคำไปยังกัมพูชานั้น อยู่ที่หลักหมื่นล้านบาท ส่วนสัดส่วนที่แน่ชัดจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง แต่ปกติที่ผ่านมาตัวเลขจะไม่เยอะเท่านี้ ซึ่งนอกจากปัญหาอื่นก็แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งหากมองในความเป็นจริงเศรษฐกิจไทยไม่ดี และกนง.ลดดอกเบี้ยไป 0.25 บาทแล้ว เงินบาทต้องอ่อนค่าแต่กลับแข็งขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้มันผิดปกติไปหมด" นายเกรียงไดร กล่าวทิ้งท้าย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB