ส.อ.ท. พอใจ ครม.ชุดใหม่! มอง "คนละครึ่ง" ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ แต่ต้องกระจายเม็ดเงิน
ส.อ.ท. พอใจ ครม.ชุดใหม่ แนะ! เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนุน SMEs ฟื้นการค้าชายแดน มอง "คนละครึ่ง" เพิ่มกำลังซื้อ แต่ต้องกระจายเม็ดเงินให้ทั่วถึง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างจัดตั้งว่า ขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่รับฟังภาคเอกชนที่อยากได้ทีมเศรษฐกิจที่เป็นคนเก่ง คนดี มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ ทำงานได้ทันที ซึ่งตอนนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรีคนนอกทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ซึ่งนายเอกนิติ มีประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ได้พัฒนาการใช้ดิจิทัลเข้ามาสร้างความสะดวกและโปร่งใสในระบบการเสียภาษี ประกอบกับการเป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถทำงานได้ทันที
ด้านว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังตามข่าวคือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ ก็มีความเข้าใจระบบการเงิน การคลัง และเป็นหนึ่งในทีมงานที่ช่วย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถทำงานได้ทันทีเช่นกัน ซึ่งถือว่าฝั่งกระทรวงการคลังคาดว่าเอาอยู่
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ตามกระแสข่าวคือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่เป็นลูกหม้อของกระทรวงการต่างประเทศและมีประสบการณ์มากมายจากการรับหน้าที่สำคัญๆในการรับราชการ เชื่อว่ามีเครือข่าย ความเข้าใจในบริบทต่างๆได้ดี
ส่วนกระทรวงพาณิชย์ นั้นได้ทาบทามนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านงานบริษัทระดับโลก และปัจจุบันรับหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมองว่ามีประสบการณ์ด้านต่างประเทศ แต่อาจไม่เคยรับราชการมาก่อนจึงอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว
อย่างไรก็ตาม จะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหล่านี้อยู่ในโควตาของพรรคการเมืองแต่ละพรรค
จึงแนะรัฐบาลให้ออกแบบการทำงานและมีบารมีในการติดสินใจในทิศเดียวกัน ตรงจุด รวดเร็วและทันการณ์ เนื่องจากมีระยะเวลา 4 เดือน ในการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ซึ่งต้องทำงานถูกวินาทีให้เต็มที่และมีค่า โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฟื้นกำลังให้กลับมา ซึ่งต้องหาแนวทาง ลดค่าครองชีพ สร้างรายได้ ลดหนี้ภาคครัวเรือนที่กดทับกำลังซื้อ แก้ปัญหาการส่งออกจากมาตรการภาษีสหรัฐ การแย่งตลาด และการไหลทะลักของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SMEs ไทย
นอกจากนี้ ยังมีปัญหา การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและขาดสภาพคล่องของ SMEs ซึ่งต้องการมาตรการกระตุ้นการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ
และเรื่องสุดท้ายคือแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทบมีมูลค่าการค้าขายวันละ 500 ล้านบาท การลงทุนซัพพลายเชนและการนำเข้าวัตถุดิบที่คนไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข / หากสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ภายใน 4 เดือน จะสามารถช่วยประคองเศรษฐกิจได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่
ส่วนการฟื้นโครงการคนละครึ่งนั้น เป็นโครงการที่ดีในระยะสั้น เพิ่มกำลังซื้อ ลดค่าใช้จ่าย ช่วยให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น พร้อมระบุว่ารัฐบาลมีความพร้อมด้านแพลตฟอร์มอยู่แล้ว แต่อาจปรับระบบเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือต้องกระจายเม็ดเงินได้เร็ว ลึก และกว้างที่สุด โดยในพื้นที่เฉพาะต่างจังหวัด
พร้อมกับเห็นด้วยหากมีการเพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง เป็น 200 บาทต่อวัน จาก 150 บาทต่อวัน โดยระบุว่าเป็นการปรับวงเงินให้เหมาะสมตามสถานการณ์ แม้กระทั่งการออกสูตร 60:40 หรือ 50:50 นั้น เป็นเรื่องที่ดีจากมาตรการเฟสก่อนๆ ที่พิสูจน์ว่าเป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้เลย พร้อมเน้นย้ำว่าระบบต้องแม่นยำ กระจาย เม็ดเงินให้ทั่วถึง ถึงมือผู้บริโภค และร้านค้าราย่อยให้ได้มากที่สุด
แม้กระทั่งเรื่องการท่องเที่ยวที่จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในครึ่งปีหลังของรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น โดยต้องกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อกระจายเม็ดเงินให้เร็วและลึกที่สุด ซึ่งจะกระตุ้นการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่ายในกลุ่มโรงแรม และธุรกิจของคนไทย อย่างแท้จริง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB