เข้ม! จัดการบัญชีม้า เร่งปลดล็อกผู้บริสุทธิ์เร็วสุด 4 ชั่วโมง ช้าสุด 1 วัน
แบงก์ชาติ ยันเข้มจัดการบัญชีม้า แต่เร่งปลดล็อกผู้บริสุทธิ์เร็วสุด 4 ชั่วโมง ช้าสุด 1 วัน พร้อมแจงข่าวลือโอนเงินไม่เกิน 3,000 บาทไม่ถูกอายัดบัญชี เป็นข้อมูลเท็จ
เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการถูกระงับบัญชีธนาคารชั่วคราว ซึ่งก็เป็นมาตรการตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2568 ที่ให้อำนาจธนาคารระงับธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปิดกั้นเส้นทาง “บัญชีม้า” ของมิจฉาชีพ และติดตามเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์กลับคืนสู่ผู้เสียหาย
โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ร่วมกับธนาคารพาณิชย์
ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ย.) ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้ามาตรการระงับธุรกรรมเพื่อตรวจสอบบัญชีม้า
นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เปิดเผยว่า จากปัญหาที่ประชาชนถูกระงับธุรกรรมและวงเงิน แต่ไม่ได้ถูกระงับเงินในบัญชี ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีบัญชีต้องสงสัยเฉลี่ยกว่า 10,000 บัญชีต่อสัปดาห์ การคุมเข้มในระยะนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงเส้นทางบัญชีที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ทั้งการโอนผ่าน e-Money และคริปโตเคอร์เรนซี จึงทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์บางส่วนได้รับผลกระทบ
ธปท. จึงเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเงื่อนไขร่วมกัน โดยจะปลดล็อกบัญชีผู้บริสุทธิ์ให้เร็วที่สุด กักบัญชีเท่าที่จำเป็น ลดผลกระทบที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมให้สถาบันการเงินแจ้งเตือนเจ้าของบัญชีทันทีหากถูกระงับ ว่าจำนวนเท่าไร และนานกี่วัน โดยทั้งหมดจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
สำหรับกรณีบัญชีวงเงินไม่มาก เช่น 100–500 บาท หรือร้านค้าที่มีการซื้อวัตถุดิบและสินค้าเป็นประจำในยอดไม่สูง จะได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อแจ้งผลและปลดล็อกโดยเร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงถึง 1 วัน พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นกับร้านค้า ให้สามารถรับเงินโอนจากลูกค้าได้ตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมา ยอดปฏิเสธการรับโอนไม่ได้สูงมากนัก
ธปท. ยืนยันว่าแนวทางจัดการบัญชีม้า ต้องรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือเหยื่อให้สูญเสียให้น้อยที่สุด และความสะดวกในการใช้บริการ Mobile Banking ของประชาชนทั่วไป โดยหากมั่นใจว่าตนเองบริสุทธิ์ สามารถโทร 1441 กด 2 พร้อมแจ้งเลขที่บัญชี ธนาคารเจ้าของบัญชี และหมายเลขบัตรประชาชน เพื่อขอพิจารณาปลดล็อก ซึ่งเมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) มีผู้โทรเข้ามากว่า 100 ราย แต่สามารถปลดให้ได้เพียง 11 ราย ขณะเดียวกันก็มีบัญชีม้าพยายามโทรเข้ามาหลายธนาคารพร้อมกัน แต่ทางการมีข้อมูลยืนยัน จึงไม่สามารถปลดให้ได้
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้หารือกับ ศปอท. ปปง. บช.สอท. และ ธพ. เพื่อปรับกระบวนการระงับธุรกรรม และปลดการระงับให้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอถึง 72 ชั่วโมง หรือ 7 วัน ตามที่ พ.ร.ก. กำหนด โดย ธพ. จะตรวจสอบข้อมูลจาก ศปอท. ให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมง วันละ 3 รอบ คือ 11.00 / 15.00 / 19.00 น. จากนั้นส่งกลับมาให้ธนาคารปลดการระงับ พร้อมทั้งปรับการแจ้งข้อมูลแก่ลูกค้าให้ชัดเจนมากขึ้น ว่าถูกระงับในลักษณะใด และต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
สำหรับกรณีที่ถูกอายัดบัญชีเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเงิน จะต้องมีหมายอายัดจากตำรวจและ ปปง. ยืนยันความผิดก่อน ซึ่งขั้นตอนการปลดอายัดจะแตกต่างจากการระงับธุรกรรมทั่วไป แต่ทุกหน่วยงานกำลังเร่งปรับกระบวนการให้กระทบผู้บริสุทธิ์น้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังต้องดูแลเหยื่อไม่ให้เสียหายเพิ่มเติม
ธปท. ยังกล่าวถึงความกังวลของประชาชนที่แห่กดเงินสดออกจากบัญชี ว่าขณะนี้แม้ยอดการกดเงินสดจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ ธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์ยังดำเนินไปตามปกติ ยืนยันว่าธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องเพียงพอ และได้เตรียมเงินสดรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสในสื่อโซเชียลมีเดียว่า หากโอนเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง จะไม่ถูกอายัดบัญชีนั้น นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง
โดยตัวเลข 3,000 บาท เป็นเพียงข้อมูลที่อยู่ระหว่างการหารือภายใน ยังไม่ได้มีข้อสรุปหรือประกาศอย่างเป็นทางการ แต่กลับถูกมิจฉาชีพนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสับสน
ทั้งนี้ เกณฑ์การตรวจสอบไม่ได้พิจารณาจากจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะดูที่พฤติกรรมการทำธุรกรรมว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากเป็นการโอนหรือรับเงินจากการซื้อขายปกติ แม้จะมีจำนวนมาก ธนาคารก็จะพิจารณาเป็นรายกรณี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB