ส.อ.ท. เผย ยอดผลิตรถยนต์ ส.ค. 68 ลดลง 6.11%
ยอดผลิตรถยนต์ ส.ค. 68 ลดลง 6.11% เหตุส่งออกหด แต่ตลาดในประเทศโตจาก EV ขณะที่ ส.อ.ท. มั่นใจ! ยอดทั้งปีจะโตตามเป้า 1.45 ล้านคัน พร้อมหนุนรัฐฯ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนสิงหาคม 2568 มีทั้งสิ้น 112,366 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ 1.58% แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.11% จากการผลิตเพื่อส่งออกที่ลดลง 10.67% จากสิงหาคมปีที่แล้ว
เหตุเพราะผลิตรถยนต์นั่งลดลง 21.27% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพราะความเข้มงวดในการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัยของประเทศคู่ค้ารวมทั้งผลิตรถกระบะส่งออกลดลง 6.36% จากการเข้มงวดในการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า ส่วนการผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 4.11% จากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาขายในปี 2565 - 2566 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ ทั้งเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 67,917.28 ล้านบาท
ส่วนรถกระบะ ยอดผลิตยังลดลง ผลิตได้ทั้งหมด 68,410 คัน ลดลง 4.95% และตั้งแต่เดือนมกราคม - สิงหาคม 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 595,559 คัน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก ผลิตได้ 73,956 คัน เท่ากับ 65.82% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2567 ที่ 10.67% / ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ผลิตได้ 38,410 คัน เท่ากับ 34.18% ของยอดการผลิตทั้งหมด ถือว่าเพิ่มขึ้น 4.11%
ขณะที่ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ส่งออกได้ 71,179 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 1.74% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.30% จากส่งออกรถกระบะใช้น้ำมันลดลง 14.65% และรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมันลดลง 35.09% เพราะการเข้มงวดในการปล่อยก๊าซคาร์บอนของบางประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 45,553.26 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยอดรวมจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - สิงหาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 947,697 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 5.77% มูลค่าส่งออกรถยนต์ทั้งเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่ารวม 581,307.35 ล้านบาท
สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 11,486 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 30.46% ขณะที่ ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 10,575 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 3.86% / และยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,049 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 22.83%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายอดการผลิตรถยนต์ในเดือนสิงหาคมจะลดลง นายสุรพงษ์ ยังเชื่อว่า การผลิตรถยนต์ทั้งปี 2568 จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1.45 ล้านคัน
นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่ ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ได้แสดงความตั้งใจที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตมากขึ้น จึงขอเสนอการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะได้เก็บภาษีมากกว่าเงินที่จะจ่าย ซึ่งอาจจะไม่ต้องจ่ายถ้าเศรษฐกิจดีวันดีคืน ข้อเสนอนี้เป็นของ กกร.ปีที่แล้วที่เสนอรัฐบาลตั้งกองทุน 5 พันล้านบาท เพื่อค้ำประกันผลขาดทุนจากการยึดรถกระบะแล้วขายขาดทุนโดยจ่ายผลขาดทุนตามจริง แต่ไม่เกินคันละ 5 หมื่นบาทให้กับสถาบันการเงินโดยมีข้อแลกเปลี่ยนหรือเงื่อนใขว่า สถาบันการเงินต้องปล่อยกู้ให้มียอดขายรถกระบะมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 30%
ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” ก็มองว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เพราะจะช่วยทำให้คนออกไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และทำให้กลุ่มรายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนตัวจึงเห็นด้วยกับนโยบายนี้
สำหรับกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยลง ซึ่งเป็นช่วงดอกเบี้ยขาลงนั้นจะส่งผลต่อยอดการผลิตรถยนต์อย่างไรนั้น ก็มองว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมีนโยบายที่จะทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น และปรับลดดอกเบี้ย ก็เชื่อว่า จะทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนต่อสัดส่วน GDP ลดลงได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB