คิกออฟ! เพิ่มทางเลือก ปชช. ซื้อยานอก รพ. 4 พ.ย.นี้
เตรียมคิกออฟ! “สุขกาย สบายกระเป๋า” 4 พ.ย.นี้ ให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยราคายาก่อนจ่ายเงิน-เปิดทางซื้อยานอกโรงพยาบาล พร้อมเร่งขยายร้านธงฟ้าเข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” แตะเป้า 1 แสนร้าน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบาย Quick Big Win โดยมี 4 โครงการสำคัญเริ่มดำเนินการแล้ว คือ โครงการธงฟ้า ที่ได้รับงบกลางจำนวน 48 ล้านบาท โดยจะจัดงานรวม 15 ครั้งทั่วประเทศ แบ่งเป็น งานขนาดใหญ่ 5 ครั้ง และงานทั่วไป 10 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โดยเน้นพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด เช่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ระยอง อ่างทอง สระแก้ว ตราด และจันทบุรี เพื่อช่วยลดราคาสินค้าและค่าครองชีพประชาชน
ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย สนับสนุนค่าขนส่งให้ผู้ประกอบการรายละ 1,000 บาท มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 200 ราย คาดว่า เงินสะพัดในพื้นที่ชายแดนสำหรับการจัดงานไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท และทั้งโครงการจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท พร้อมช่วยลดค่าครองชีพประชาชนกว่า 55 ล้านบาท
นอกจากนี้ สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส ขณะนี้ มีร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้วกว่า 82,000 ร้าน จากทั้งหมดกว่า 150,000 ร้าน ตั้งเป้า มีร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสนี้กว่า 100,000 ร้าน
เรื่องที่สอง คือ โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ซึ่งเตรียมเปิดให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยราคายาก่อนชำระเงิน และเปิดทางให้ประชาชนสามารถซื้อยานอกโรงพยาบาลได้ โดยจะมีการ kick off ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล จากกำหนดเดิมที่จะเริ่ม kick off วันที่ 28 ตุลาคม 2568
ซึ่งขณะนี้ มีโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมครบ 11 เครือ รวมกว่า 300 แห่ง และร้านขายยาเข้าร่วมแล้ว 3,305 แห่ง จากเป้าหมายเดิม 2,000 แห่ง โดยกรมฯ จะส่งสติกเกอร์รับรองให้ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางกำกับดูแลราคายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาล เพื่อดูแลราคายาอย่างเป็นธรรม
ส่วนเรื่องที่สามคือ โครงการธงเขียว โดยเน้นลดราคาปุ๋ย สำหรับปุ๋ย 6 สูตรหลัก ลดราคากระสอบละ 200 บาท โดยเกษตรกรสามารถซื้อได้สูงสุด 5 กระสอบ ลดต้นทุนได้สูงสุด 1,000 บาท ซึ่งได้ดำเนินการแล้วใน 7 จังหวัด มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 5,102 ราย ซื้อปุ๋ยรวม 25,510 กระสอบ มูลค่า 91 ล้านบาท ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้กว่า 21 ล้านบาท
และเรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับ สถานการณ์ราคาข้าว โดยกรมการค้าภายในรายงานว่าราคาข้าวไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าคู่แข่ง พร้อมเตรียมชะลอการขายข้าวเปลือก 3 ล้านตัน เพื่อรักษาระดับราคา รวมถึงสนับสนุนให้โรงสีและสหกรณ์ช่วยเก็บสต็อกข้าวเพิ่มอีก 5.5 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังเร่งส่งออกข้าวไปยังตลาดหลัก เช่น จีน 500,000 ตัน สิงคโปร์ 100,000 ตัน และขยายตลาดใหม่ในเม็กซิโกและบังกลาเทศ รวมถึงการผลักดันข้าวคุณภาพสูงอย่างข้าวหอมมะลิเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB