"คนละครึ่งพลัส" สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริงหรือ?
นักเศรษฐศาสตร์ มอง"คนละครึ่งพลัส"สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจด้วย 3 ประเด็น เพราะถูกผูกไว้กับการใช้จ่ายจริง มีกลไกที่จำกัดโอกาสในการนำเงินไปใช้ทั้งก้อนทันที
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) วิเคราะห์โครงการคนละครึ่งพลัส ว่ามีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร ทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่
ซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นท่ามกลางโครงการช่วยเหลือประชาชนในระยะหลัง คือ โครงการคนละครึ่งพลัสรอบนี้ จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และผลลัพธ์จะแตกต่างจากการแแจกเงินหมื่นหรือเงินแจกรอบล่าสุดที่ผ่านมาอย่างไร
โดย นายกรรณ์ ระบุว่า โครงการแจกเงิน 10,000 บาท คนที่ได้รับส่วนใหญ่จะนำไปใช้หนี้เลยทันที ทำให้ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังต่างมองว่าตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ของการแแจกเงินนั้นต่ำกว่า 1 เท่า อยู่ที่ประมาณ 0.4 เท่า ถึง 0.9 เท่า
สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจด้วย 3 ประเด็นหลักที่แตกต่าง
แต่โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ใช่การแแจกเงินแบบปกติและน่าจะส่งผลให้เกิดเงินหมุนในระบบเกินกว่า 1 เท่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง มี 3 ประเด็นหลักดังนี้
1.กฎเกณฑ์ที่สร้างส่วนร่วม
โครงการคนละครึ่งพลัส คือ การที่รัฐออกเงินให้เริ่มต้น 2,000 บาท ประชาชนต้องออกอีก 2,000 บาท เพื่อใช้จ่าย เงื่อนไขนี้เป็นการบังคับให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายจริง ซึ่งต่างจากการแแจกเงินที่สามารถนำไปใช้ชำระหนี้ได้ทันที รวมถึงยังมีกฎเกณฑ์ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างชัดเจน
2.ความคุ้นชินในการใช้งาน
แม้ว่าโครงการนี้จะเว้นช่วงไปนาน แต่โครงการนี้เคยดำเนินการมาแล้วถึง 5 รอบ ผู้ที่เคยได้รับสิทธิส่วนใหญ่ยังคงจดจำและคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ได้เป็นอย่างดี ความคุ้นชินนี้ทำให้การเริ่มต้นใช้จ่ายเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น
3.เป้าหมายการใช้จ่าย เน้นของกินในช่วงเวลาจำกัด
จำนวนเงินที่รัฐสนับสนุน 2,000 บาท และเงินสมทบจากประชาชนอีก 2,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาท (หรือสูงสุดถึง 4,800 บาท) ต้องถูกใช้จ่ายภายใน 2 เดือน (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2568) ประเด็นสำคัญคือ เงินจำนวนนี้มีแนวโน้มสูงที่จะถูกใช้ไปกับของกิน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนมีอยู่แล้ว
เงินหมุนรอบใหม่จากโครงการคนละครึ่งพลัสพายุหมุนทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นจริงหรือ?
มีคำถามตามมาว่า “เงินหมุนรอบใหม่ พายุหมุนทางเศรษฐกิจจะเกิดจริงหรือ” ซึ่งสามารถมองเห็นภาพการหมุนของเงินในระบบจากโครงการนี้แบ่งเป็น 2 รอบ
- เงินหมุนรอบแรก (1 เท่า)
ไม่ว่ารัฐจะให้หรือไม่ให้ ประชาชนก็มีการใช้จ่ายเกิน 4,000 บาทสำหรับค่าอาหารอยู่แล้ว ดังนั้น การใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าตัวคูณทางเศรษฐกิจเริ่มต้นที่ 1 เท่า
- เงินหมุนรอบสอง (0.2 - 0.4 เท่า)
ส่วนนี้มาจากเงินที่ประชาชนสามารถเก็บออมได้ จากการที่รัฐออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง หรือเงินในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้น จากการประหยัดค่าใช้จ่ายเดิม หากเงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้จ่ายต่อ ในสินค้าหรือบริการที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ก็จะช่วยสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจขึ้นอีกรอบ
ท้ายที่สุดแล้ว นายกรรณ์ มองว่า โครงการคนละครึ่งพลัสปี 2568 ถูกออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิงด้วยกฎเกณฑ์ที่บังคับให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมุ่งเน้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยความคุ้นชินและแรงจูงใจที่ชัดเจน ดังนั้น โครงการนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 1 เท่า
สำหรับนักลงทุนและประชาชนทั่วไปนี่เป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่า เงินจำนวนมหาศาลจากรัฐบาลกำลังจะเข้าสู่ระบบการใช้จ่ายจริงอย่างมีประสิทธิภาพในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 การเคลื่อนไหวของเงินที่มุ่งเน้นไปที่การบริโภคพื้นฐานอาจเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้
ดังนั้น พายุหมุนทางเศรษฐกิจจากโครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นไปได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในมาตรการอื่นๆ เนื่องจากมันถูกผูกไว้กับการใช้จ่ายจริงและมีกลไกที่จำกัดโอกาสในการนำเงินไปใช้เพื่อชำระหนี้ในทันที
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB