กำแพงภาษี-เอไอเป็นเหตุ! ธุรกิจสหรัฐฯ เลิกจ้างงานทุบสถิติ
รายงานใหม่เผย ผู้ประกอบการในสหรัฐฯ เลิกจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% คากเกิดจากมาตรการกำแพงภาษี-การนำเอไอมาใช้แทนคน
รายงานของ "ชาเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส" (Challenger, Gray & Christmas) บริษัทที่ปรึกษาด้านการจ้างงานในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ภาคเอกชนสหรัฐฯ ประกาศแผนเลิกจ้างงานรวมทั้งสิ้น 1,170,000 คน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 54% และเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19
สาเหตุหลักที่ทำให้การเลิกจ้างในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นคือแผนปรับโครงสร้างองค์กร ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการใช้มาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
โดยในเดือน พ.ย. บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐฯ มีแผนการเลิกจ้างพนักงาน 71,321 คน ซึ่งการลอยแพครั้งใหญ่ในเดือนดังกล่าวเกิดขึ้นกับ "เวอไรซอน" (Verizon) บริษัทโทรคมนาคมสัญชาติอเมริกันยักษ์ใหญ่ที่ประกาศเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 13,000 คน
อย่างไรก็ตาม การประกาศเลิกจ้างพนักงานในเดือน พ.ย. ยังน้อยกว่าเดือน ต.ค. ที่มีการประกาศเลิกจ้าง 153,000 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 22 ปี
ขณะที่ก่อนหน้านี้จะมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่การเลิกจ้างประจำเดือน พ.ย. มีจำนวนมากกกว่า 70,000 คน คือปี 2022 และปี 2008 ซึ่งสหรัฐฯ เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ
ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นการตอกย้ำความกังวลต่อสภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยตลอดทั้ง 11 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในสหรัฐฯ ประกาศแผนการจ้างงาน 497,151 คน ลดลงไปจากปี 2024 ถึง 35%
แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์มีจำนวน 191,000 คน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และน้อยกว่าตัวเลขของสัปดาห์ก่อนหน้า 27,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐเท็กซัสและรัฐแคลิฟอร์เนีย
ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงอย่างมากคาดว่าเป็นเพราะสัปดาห์ดังกล่าวตรงกับเทศกาลหยุดยาววันขอบคุณพระเจ้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB