วรภัค อดีต รมช.คลัง วิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ ปม ทรัมป์ บุกคุมตัว ผู้นำเวเนซุเอลา
วรภัค อดีต รมช.คลัง วิเคราะห์ ปมสำคัญ ทำไมสหรัฐฯ จึงตัดสินใจ “ทำ” และ “มุ่งเป้า” บุกคุมตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วิเคราะห์สถานการณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ถล่มเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร และสหรัฐจะเข้าไปควบคุมบริหารประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว
โดยระบุว่า ขออนุญาตแชร์มุมมองเหตุผลเชิงเศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ ว่าทำไมสหรัฐฯ จึงตัดสินใจ “ทำ” และ “มุ่งเป้า” ไปในทิศทางนี้
เวเนซุเอลา : เมื่อพลังงาน ดอลลาร์ และ Geopolitics บรรจบกัน และทำไมสหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจเดินเกมที่แรงที่สุดในซีกโลกตะวันตก?
เหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการจับกุม นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ไม่ใช่เพียงข่าวการเมืองระหว่างประเทศทั่วไป หากแต่เป็น จุดตัดเชิงยุทธศาสตร์ ที่สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางนโยบายโลกของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน - จาก “การโน้มน้าวเชิงอุดมการณ์” ไปสู่ “การจัดการเชิงผลประโยชน์”
หากมองให้ลึก เหตุการณ์นี้ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่า ประชาธิปไตย เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองผ่านเลนส์ของ เศรษฐกิจพลังงาน ระบบการเงินโลก และภูมิรัฐศาสตร์มหาอำนาจ
พลังงาน: ทรัพยากรจริงที่โลกขาด และสหรัฐฯ ต้องการ
เวเนซุเอลาถือครอง ปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทรัพยากรนี้กลับถูก “แช่แข็ง” ด้วยการคว่ำบาตร การบริหารที่ล้มเหลว และการเมืองแบบปิด
สำหรับสหรัฐฯ เวเนซุเอลาไม่ใช่เพียงประเทศที่มีปัญหา แต่คือ
แหล่งพลังงานขนาดยักษ์ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด
การเปิดเวเนซุเอลาอีกครั้งหมายถึง
- แหล่ง supply ใหม่ที่ไม่ขึ้นกับตะวันออกกลาง
- ต้นทุนขนส่งต่ำ ไม่มี choke point ทางภูมิรัฐศาสตร์
- โอกาสให้บริษัทพลังงานอเมริกันกลับเข้าไปควบคุม upstream และ midstream
ในยุคที่ OPEC+ ไม่ได้เป็นมิตร และ shale oil มีต้นทุนสูงขึ้น เวเนซุเอลาจึงกลายเป็น strategic energy reserve นอกแผนที่อย่างเป็นทางการ ของสหรัฐฯ
เงินเฟ้อ: น้ำมันคือการเมืองภายในประเทศ
ภายใต้รัฐบาลของ Donald Trump ราคาน้ำมันไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาดโลก แต่คือคะแนนนิยมของรัฐบาล
เมื่อน้ำมันราคาถูก → ค่าใช้จ่ายครัวเรือนลด → CPI ลด → แรงกดดันต่อธนาคารกลางลด
ทั้งหมดนี้เชื่อมตรงไปยังการเมืองภายใน
ดังนั้น ในมุมนี้ เวเนซุเอลาไม่ใช่เรื่องต่างประเทศ แต่คือเครื่องมือกดเงินเฟ้อโดยไม่ต้องพึ่งนโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
ดอลลาร์ : ศึกเงียบที่อันตรายยิ่งกว่ากองทัพ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวเนซุเอลากลายเป็น “ห้องทดลอง” ของการค้าพลังงานนอกระบบดอลลาร์
- ขายน้ำมันให้จีนและรัสเซีย
- รับชำระเงินด้วยสกุลเงินทางเลือก
- ใช้ barter และ crypto เพื่อเลี่ยงระบบการเงินตะวันตก
สำหรับสหรัฐฯ นี่คือ ภัยเชิงโครงสร้าง เพราะถ้าน้ำมัน - สินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของโลก - ไม่ต้องซื้อขายด้วยดอลลาร์ สถานะของดอลลาร์ในฐานะ Reserve Currency จะถูกกัดกร่อนอย่างเงียบๆ การดึงเวเนซุเอลากลับเข้าสู่ระบบการค้าแบบเดิม จึงเท่ากับการปิดหนึ่งในแนวหน้าของกระบวนการ De-dollarisation
ภูมิรัฐศาสตร์: การทวงคืน Backyard
เวเนซุเอลาในยุคมาดูโร คือ จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของจีนและรัสเซียในซีกโลกตะวันตก
- จีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่
- รัสเซียมีบทบาทด้านความมั่นคงและพลังงาน
- Caribbean กลายเป็นพื้นที่อิทธิพลนอก NATO
ดังนั้น การเข้าควบคุมทิศทางเวเนซุเอลาอีกครั้ง คือการส่งสัญญาณว่า Western Hemisphere ยังไม่ใช่พื้นที่ที่มหาอำนาจอื่นจะเข้ามาปักธงได้โดยไร้ต้นทุน นี่คือ Monroe Doctrine ในเวอร์ชันศตวรรษที่ 21 - ไม่ได้ประกาศ แต่ปฏิบัติจริง
นายวรภัค บอกด้วยว่า เศรษฐกิจการเมืองภายใน: ชัยชนะที่ขายได้ ซึ่งต่างจากอิรักหรืออัฟกานิสถาน เวเนซุเอลาเป็น “สงคราม” ที่
- อยู่ใกล้
- ใช้เวลาสั้น
- มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
- และเล่าเรื่องได้ง่าย : ยาเสพติด น้ำมัน และความมั่นคง
ในเชิงการเมืองภายใน นี่คือ Intervention ที่ ต้นทุนต่ำแต่ผลตอบแทนสูง
ดังนั้น บทสรุป: นี่ไม่ใช่สงครามเพื่ออุดมการณ์
โดยมองว่า เหตุการณ์เวเนซุเอลาสะท้อนชัดว่า สหรัฐอเมริกากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของนโยบายต่างประเทศ
ยุคที่
- กฎหมายถูกใช้เพื่อลดสถานะอธิปไตย
- การทหารถูกใช้แบบ surgical
- และเศรษฐกิจ–การเงินคือเป้าหมายหลัก
เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อประชาธิปไตยแต่คือ การจัดระเบียบอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่ ผ่านพลังงาน ดอลลาร์ และภูมิรัฐศาสตร์ และนี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศขนาดกลางทั่วโลกว่า ในโลกใบใหม่ “ทรัพยากร + ระบบการเงิน + ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์” คือปัจจัยที่กำหนดชะตาทางการเมืองมากกว่าอุดมการณ์ใดๆ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB