"ศุภวุฒิ" เผย ผลศาลสหรัฐฯ ตัดสินคดีทรัมป์ ไม่มีผลกับไทย ชี้ ถูกเก็บภาษีตามเดิม
"ศุภวุฒิ" เผย ผลศาลสหรัฐฯ ตัดสินคดีทรัมป์ ไม่มีผลกับไทย ชี้ ถูกเก็บภาษีตามเดิม ส่งสัญญาณเศรษฐกิจ ปี69 โตต่ำ รัฐบาลใหม่ "ลด แลก แยก แถม"ไม่ควรทำต่อ
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวภายหลังงานสัมมนาแฟล็กชิปประจำปี 2025 ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร “KKP YEAR AHEAD 2026” เสร็จสิ้นว่า กรณีศาลฎีกาสหรัฐ จะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับนโยบายการจัดเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 14 ม.ค.2569 และกรณีทรัมป์ประกาศเก็บภาษี ร้อยละ 25 จากทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านนั้น ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น
โดยในกรณีของอิหร่าน ไทยมีการขายสินค้าไปที่อิหร่านบ้าง แต่น้อยมาก จึงไม่น่ากระทบกับไทย ส่วนเรื่องการเจรจาการค้ากับทรัมป์ ถ้าเกิดศาลฎีกาตีความออกมาว่า ภาษีที่เก็บนั้น ผิดกฎหมายแล้วต้องยกเลิกเก็บจะทำอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เตรียมการแล้วที่จะใช้มาตรการอื่นมาเก็บภาษีต่อ
ดังนั้น สรุปได้เลยว่าไทยหลีกเลี่ยงการเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐฯไม่ได้ เพราะท่าทีของทรัมป์ก็ชัดเจน ว่าประเทศไหนที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งไทยเกินดุลการค้าประมาณ 50,000 ล้านเหรียญ สหรัฐฯจะใช้มาตรการอื่นมาเก็บภาษีอยู่ดี
ส่วนความไม่แน่นอนทางการค้า จะส่งผลให้มีปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าการกีดกันการค้าเกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศ และทุกประเทศกำลังปรับตัวในการอยู่กับสหรัฐฯ ที่กำลังล้มกฎเกณฑ์ต่างๆ จึงมองว่าเราต้องสร้างกฎเกณฑ์ใหม่กับนานาประเทศแทน เช่น ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-อาเซียน ไทย-เกาหลีใต้ ไทย-สหภาพยุโรป เป็นต้น และคิดในภาพใหญ่นี้ด้วยว่าเราจะมีบทบาทบนเวทีโลกใหม่ยังไง
ส่วนความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นายศุภวุฒิ ระบุว่า คือ GDP ที่จะโตได้เพียง 1-2% เท่านั้น ซึ่งมองว่าต้องเร่งแก้ปัญหาแล้ว ว่าจะทำอย่างไรให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยโตได้จริงๆ 4-5% ต่อปี ซึ่งสิ่งที่ไทยพอจะมีทางอยู่ คือ เปลี่ยนภาคเกษตรจากการผลิตคาร์โบไฮเดรตมาผลิตโปรตีน
หากจะให้อธิบายง่ายๆ คือ แทนที่จะขายสินค้าเกษตรราคาถูก ต้องเปลี่ยนมาขายสินค้าเกษตรที่เป็นอุตสาหกรรมเกษตรคืออาหารโปรตีนแทน ไม่ว่าจะเป็นปลา ไก่ ราคาแพงๆ เพราะว่าทั้งโลก ประชากรกำลัง เข้าสู่สังคมสูงวัย การบริโภคคาร์โบไฮเดรตน้อยลง แล้วจะกินโปรตีนมากขึ้น
ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่มองว่ารัฐบาลใหม่ควรที่จะทำทันทีหลังจากได้รับตำแหน่ง มี 2 อย่าง ได้แก่ การเร่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพียงแต่แค่แก้กฎหมายให้เอกชนสามารถผลิตไฟฟ้า แล้วเอาไฟฟ้าที่ผลิต ใช้สายโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแล้วไปขายให้กับภาคเอกชนที่ต้องการไฟฟ้าสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป จะเริ่มเก็บภาษี CBAM คือ เก็บภาษีธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอน ดังนั้น ความต้องการพลังงานสะอาดจึงมากขึ้น
เรื่องที่สอง คือ ตอนนี้ไทยออกกฎหมายรางแล้ว และให้เอกชนมาให้บริการขนส่ง ทั้งผู้โดยสารและทั้งสินค้า บนรางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรรีบออกกฎเกณฑ์เพื่อให้สัมปทานมีการใช้รางรถไฟ เพราะปัจจุบันใช้ไปแค่ประมาณ 60-70% จึงต้องให้เอกชนมาช่วยใช้ เหมือนกับเปิดให้ใช้ถนน เพื่อสนับสนุนการขนส่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และสนับสนุนการท่องเที่ยว
ส่วนนโยบายประเภท ลด แลก แจก แถม ที่รัฐบาลทำ ส่วนตัวมองว่า เป็นการเอาใจประชาชน ทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และทำให้ในช่วงที่ผ่านมา รัฐขาดดุลงบประมาณกว่า 3% ของ GDP ซึ่งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเตือนเราแล้ว ว่าถ้าทำอย่างนี้ต่อไป จะต้องมีปัญหาเรื่องเขาจะดาวน์เกรด ฉะนั้นมันทำต่อไปไม่ได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB