“ศุภจี” กางแผนรุกตลาดโลกหลังเวทีดาวอส ชู 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ดันไทยเป็น “จุดเชื่อมโลก”
“ศุภจี” รมว.พาณิชย์ กางแผนรุกตลาดโลกหลังเวทีดาวอส ชู 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ดันไทยเป็น “จุดเชื่อมโลก” พร้อมเร่งปิดดีล FTA-DEFA ภายในปีนี้
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สัมภาษณ์พิเศษ PPTV Wealth ผ่านรายการ Wealth Wake Up โดยเปิดเบื้องลึก หลังนำทีมไทยลุยเวที World Economic Forum (Davos) ท่ามกลางกระแสโลกแบ่งขั้ว โดยประกาศนำไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยบทบาท “คนกลาง” ที่โลกวางใจ พร้อมเปิด 4 ยุทธศาสตร์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดันดิจิทัล-Green-AI และเร่งเครื่องเจรจาการค้าเสรี (FTA) หวังเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยั่งยืน
โดยนางศุภจี เปิดเผยถึงภาพรวมการหารือในเวทีระดับโลกดังกล่าวว่า สถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการจัดระเบียบโลกใหม่ โดยมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปต่างมีมาตรการกีดกันทางการค้าและภาษีที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้โลกไม่ได้แบ่งเป็นเพียงสองขั้ว แต่กลายเป็น "Multipolar World" หรือโลกหลายขั้วอำนาจ
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน นางศุภจีได้นำเสนอ 4 จุดขายสำคัญของประเทศไทยต่อนักลงทุนและผู้นำโลก เริ่มจากการชูจุดแข็งทางภูมิศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistics Hub) เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งของภูมิภาค ควบคู่กับการแสดงบทบาทผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน
ในฐานะที่ไทยเป็นประธานการเจรจากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) โดยตั้งเป้าเร่งเจรจาให้จบภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเชื่อมโยงตลาดไทย 60 ล้านคน เข้ากับประชากรอาเซียนกว่า 600 ล้านคน และผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคให้เติบโตจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 ผ่านระบบการชำระเงินไร้รอยต่อ (Borderless Payment) และมาตรฐาน e-Document ร่วมกัน
นอกจากนี้ ภาครัฐยังเร่งสนับสนุนการค้าสีเขียว (Green Trade) เพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM ของยุโรป โดยสนับสนุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้ปรับตัวสู่นวัตกรรมคาร์บอนต่ำ ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น Matching Fund, Direct PPA และสินเชื่อเพื่อการปรับตัว (Transition Loan) จากสมาคมธนาคารไทย รวมถึงการรองรับเทรนด์เทคโนโลยีโลกด้วยยุทธศาสตร์ AI และการยกระดับทักษะผ่านโครงการ Skill Bridge ที่เชื่อมโยงความต้องการทักษะจากนักลงทุนต่างชาติเข้ากับภาคการศึกษาไทย พร้อมมาตรการหนุนสินค้า Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทย
ในด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นางศุภจียืนยันถึงความต่อเนื่องทางนโยบาย โดยระบุว่า FTA ไทย-EFTA (สมาคมการค้าเสรียุโรป) ที่ลงนามไปแล้ว อยู่ระหว่างกระบวนการให้สัตยาบันและคาดว่าจะเริ่มใช้บังคับได้ต้นปีหน้า นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีเป้าหมายเร่งด่วนในปีนี้ที่จะสรุปผลการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ แคนาดา, สหภาพยุโรป (EU), และเกาหลีใต้ รวมถึงแผนการยกระดับความตกลง JTEPA กับญี่ปุ่น ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี นางศุภจี ทิ้งท้ายถึงกุญแจความสำเร็จในการค้ายุคใหม่ว่าคือ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” (Trust) โดยยกตัวอย่างความสำเร็จในการเจาะตลาดอินเดีย ซึ่งไทยไม่ได้มองอินเดียเป็นเพียงตลาดผู้บริโภค 500 ล้านคน แต่เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ด้านมลภาวะจากการก่อสร้าง ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก และใช้อินเดียเป็น Sandbox เพื่อขยายตลาดต่อไปยังภูมิภาคอื่น
การเจรจาการค้าในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นการคุยกันเฉพาะประเทศเรากับประเทศเขาเท่านั้น แต่เป็นการคุยว่าเราจะเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานของเขาอย่างไร หากประเทศไทยสามารถเข้าไปอยู่ในส่วนที่เขาขาดได้ เหมือนเป็นจิ๊กซอว์ที่เติมเต็มได้ ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และนำไปสู่การเป็นพันธมิตรระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB