สมาคมข้าว ตั้งเป้า ปี 69 ส่งออก 7.03 ล้านตัน ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี การแข่งขันรุนแรง
ส่งออกข้าวไทย ม.ค. ปี 69 ลดลง 17.5% การแข่งขันรุนแรง ตั้งเป้าทั้งปี ส่งออก 7.03 ล้านตัน ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี กังวล! ค่าเงินบาทแข็ง
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยแนวโน้มและทิศทางการส่งออกข้าวไทย ปี 2569 ว่า สมาคมฯ ตั้งเป้าหมายส่งออกข้าวในปีนี้ 7.03 ล้านตัน ลดลง 11% จากปี 2568 โดยเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 ในขณะที่เดือนมกราคม 2569 ไทย มีปริมาณการส่งออกข้าวรวม 530,287 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.5% และมูลค่าการส่งออกลดลง 23.9% สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาข้าวในตลาดโลกและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น
โดยเมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกตามชนิดข้าว พบว่า ข้าวขาวยังเป็นสินค้าหลัก โดยมีปริมาณส่งออก 239,192 ตัน ลดลง 14.8% ข้าวหอมมะลิส่งออก 120,913 ตัน ลดลง 8.4% ข้าวนึ่งส่งออก 72,462 ตัน ลดลง 2.5% ข้าวหอมไทยส่งออก 29,390 ตัน ลดลง 31% ขณะที่ ข้าวเหนียวและปลายข้าวหอมมะลิ เป็นกลุ่มที่มีการขยายตัว
ประเทศผู้นำเข้าเข้าไทยที่สำคัญในเดือนมกราคม 2569 ได้แก่ อิรัก สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ มาเลเซีย แองโกลา แคเมอรูน เซเนกัล จีน ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง โดยตลาดอิรัก และสหรัฐฯ มีการนำเข้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย อิรัก ลดลง 20.4% , สหรัฐฯ ลดลง 34.1% ขณะที่ มาเลเซีย นำเข้าเพิ่มขึ้น 116.9% และจีน เพิ่มขึ้น 84.5%
สำหรับตลาดสำคัญอย่าง สหรัฐฯ พบว่า การส่งออกมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทยที่มีราคาสูงกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน ปัจจุบันไทยจำหน่ายในราคาประมาณ 1,200 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ ประเทศคู่แข่งขายไม่เกิน 900 ดอลลาร์ต่อตัน และเมื่อรวมภาษีนำเข้าเพิ่มประมาณ 19% ทำให้ส่วนต่างราคายิ่งกว้างขึ้นถึง 400–600 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลให้ผู้นำเข้าเริ่มหันไปเลือกข้าวจากประเทศอื่นมากขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการรักษาส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สมาคมกังวลต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติม เช่น มาตรา 301 โดยอาจอ้างแรงกดดันจากรัฐผู้ปลูกข้าวภายในประเทศ เนื่องจากสหรัฐฯ มีการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศปีละประมาณ 1.5–1.8 ล้านตัน ซึ่งข้าวไทยมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง หากมีการขึ้นภาษีเฉพาะไทยจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ สิ่งที่คาดหวัง คือ ต้องการให้รัฐบาลดูแลเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนของไทยสู้คู่แข่งไม่ได้ ค่าเงินบาทที่จะสู้กับต่างประเทศได้ ควรอยู่ในระดับ 33-34 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ตอนนี้เงินบาทไทยอยู่ประมาณ 31 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าขึ้นพอสมควร ในระยะสั้นที่สามารถจะทำให้การส่งออกดีขึ้นหรือแย่ลงขึ้นอยู่กับค่าเงิน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องดูแลค่าเงินบาทให้มีความมั่นคง ทำให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ รวมถึงอยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อวางนโยบายในการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ดีขึ้น
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณข้าวทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอินเดียในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกเบอร์ 1 ของโลก ปัจจุบันอินเดียสามารถทำสถิติการผลิตข้าวได้สูงถึง 152 ล้านตันต่อปี ก้าวข้ามสถิติของประเทศจีนที่เคยรักษาเพดานการผลิตไว้ที่ 145 - 146 ล้านตันมา ส่งผลให้อินเดียไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด แต่ยังเป็นผู้ส่งออกที่มีอิทธิพลต่อราคากลางในตลาดโลกมากที่สุด
ขณะเดียวกัน ยังมีประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม และปากีสถาน ต่างรายงานผลผลิตข้าวในฤดูกาลล่าสุดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ทำให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกมีมากกว่าความต้องการซื้อ นำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่ไทย ปี 2568 ปริมาณข้าวของไทยเพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หากไม่สามารถเร่งส่งออกได้ ราคาข้าวเปลือกในประเทศจะเริ่มมีปัญหามากขึ้น ปัจจุบันข้าวไทยสูญเสียการแข่งขัน สิ่งที่ต้องทำ คือ การแก้ปัญหาพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิตที่สูง และต้นทุนต่ำ
นอกจากนี้ สถานการณ์ข้าวของโลกและภาวะการแข่งขันในตลาดโลก จากข้อมูลกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ผลผลิตข้าวของโลกปีการตลาด 2568/69 ว่าจะมี จำนวน 541.28 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.07% เมื่อเทียบกับจำนวน 541.66 ล้านตันข้าวสาร ของปีการตลาด 2567/68 เนื่องจากคาดว่าประเทศผู้ผลิตที่สำคัญ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน กัมพูชา บราซิล รวมทั้งสหรัฐฯ จะมีผลผลิตลดลง
ด้านการค้าข้าวของโลก (ส่งออก-นำเข้า) กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ในปีการตลาด 2568/69 จะมีปริมาณอยู่ที่ประมาณ 62.76 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับจำนวน 59.7 ล้านตันข้าวสาร โดยคาดว่าประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญเกือบทุกประเทศจะส่งออกมากขึ้น เช่น อินเดีย ปากีสถาน กัมพูชา สหรัฐฯ เมียนมา บราซิล ขณะที่ ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญ เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไนจีเรีย อิรัก มาเลเซีย เซเนกัล สหรัฐฯ กินี แอฟริกาใต้ อิหร่าน คาดว่าจะนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB