ดีเดย์ 1 มิ.ย. 69 นำร่องจ่ายค่าโดยสาร MRT ด้วยบัตร EMV Contactless
รฟม. ดีเดย์ 1 มิ.ย. 69 นำร่องจ่ายค่าโดยสาร MRT ด้วยบัตร EMV Contactless เล็งยกเลิกเหรียญปี 70 พร้อมปูทางตั๋วร่วมเชื่อมรถเมล์-เรือทั่วกรุง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เตรียมพร้อมเปิดตัวการให้บริการชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วยระบบบัตร EMV Contactless เพื่อยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้โดยสาร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดรูปแบบบัตรโดยสารให้เหลือเพียงบัตรเดียวในอนาคตอันใกล้ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทบัตรเครดิตและแพลตฟอร์มการเงินชั้นนำหลายแห่งเข้าร่วมระบบแล้ว
อาทิ Visa , UnionPay และBigPay คาดว่าจะมีผู้ให้บริการรายอื่นๆ ทยอยเข้าร่วมเพิ่มเติมในระยะต่อไป
โดยการนำระบบ EMV Contactless มาใช้นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาใช้ระบบขนส่งมวลชนระบบรางในประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินสดหรือต่อคิวซื้อบัตรโดยสารเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากผู้โดยสารมีบัตรเครดิตที่มีสัญลักษณ์ EMV อยู่ด้านหลังบัตร ก็สามารถนำมาใช้แตะเพื่อเดินทางผ่านประตูสแกนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าได้ทันที ถือเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในยุคดิจิทัลได้อย่างตรงจุด
สำหรับแผนการดำเนินงานนั้น กระทรวงคมนาคมจะเริ่มนำร่องให้ประชาชนสามารถใช้บัตร EMV ในการเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นที่รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงก่อน (ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูสามารถใช้งานระบบ EMV ได้อยู่แล้ว) จากนั้น รฟม. มีแผนงานที่ชัดเจนในการยกเลิกการใช้ระบบเหรียญพลาสติกโดยสาร (Token) แบบเดิมทั้งหมดภายในเดือนมกราคม 2570
เราก็จะเริ่มมีการทำในเรื่องบัตร EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนะครับ นั่นก็คือเราจะเริ่มสตาร์ทว่าคุณใช้ EMV ได้แล้วนะ ต่อไปเราหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2570 เราจะยกเลิกการหยอดเหรียญทั้งหมด
ในส่วนของข้อกังวลสำหรับประชาชนหรือผู้โดยสารที่ไม่มีบัตรเครดิตนั้น นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า ทางสถานีรถไฟฟ้าจะมีบริการออกบัตรลักษณะคล้ายบัตรเดบิตไว้รองรับ โดยผู้ใช้บริการสามารถแจ้งความจำนงที่สถานีเพื่อเติมเงินสดเข้าบัตร (เช่น เติมเงิน 100 บาท) และนำบัตรนั้นไปใช้แตะสแกนจ่ายผ่านระบบ EMV ได้ตามปกติ ซึ่งในทุกสถานีจะมีการให้บริการในส่วนนี้ โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ดูแลระบบหลัก นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยยังอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาระบบการตัดเงินและสรุปยอดบัญชี (Reconcile) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่อาจใช้เวลาเคลียร์ยอดประมาณ 1-3 วัน เพื่อลดปัญหาค้างคาของระบบ ส่วนผู้โดยสารที่มีเงินคงค้างอยู่ในบัตร MRT Plus เดิมนั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม รฟม. จะเปิดให้ทำเรื่องโอนถ่ายยอดเงิน คืนเงิน และออกบัตรใหม่ให้โดยที่ผู้โดยสารจะไม่เสียผลประโยชน์ใดๆ
อย่างไรก็ดี นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากการใช้บัตร EMV กับรถไฟฟ้าแล้ว รัฐบาลยังเตรียมแผนที่จะขยายการเชื่อมต่อระบบดังกล่าวเข้ากับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์ ขสมก.) และระบบเรือโดยสาร เพื่อสร้างโครงข่ายการเดินทางที่ไร้รอยต่อ ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ในอนาคตถ้าหากว่าเราสามารถทำได้ บัตร EMV เราก็จะสามารถใช้ได้ในทุกๆ การเดินทาง ไม่ว่าจะขึ้นเรือ ลงเรือ ขึ้นรถบัส อะไรพวกนี้ เราก็จะใช้บัตรเพียงใบเดียวได้ในทุกๆ การเดินทางของเราในรอบๆ ของกรุงเทพมหานคร
ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตอันใกล้ กระทรวงคมนาคมจะมีการหารือร่วมกับปลัดกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อยอดการใช้บัตร EMV ให้ครอบคลุมไปถึงการเดินทางข้ามจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมความสะดวกสบายในการใช้บริการขนส่งมวลชนของประเทศอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การจะนำระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดเข้ามาบริหารจัดการร่วมกันแบบเบ็ดเสร็จได้นั้น ต้องอาศัยเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญ คือ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกรมการขนส่งทางรางกำลังเร่งจัดทำกฎหมายลูกและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าหารือกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ทั้ง BEM, BTS รวมถึง รฟท. และ รฟม. เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมกัน
โดยเฉพาะการสานต่อนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาอย่างละเอียดว่า ควรจัดเก็บในรูปแบบการแบ่งโซน (Zoning) หรือการเหมาจ่ายครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ เพื่อให้ได้อัตราค่าโดยสารที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับประชาชน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือรัฐบาลจะต้องไม่แบกรับภาระหนี้สาธารณะมากจนเกินไป ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ระบุว่า การผลักดันนโยบายตั๋วร่วมทั้งระบบให้สำเร็จลุล่วง ตลอดจนการพิจารณาโครงสร้างราคาต่างๆ จะต้องส่งไม้ต่อและขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ การด่วนตัดสินใจหรือให้คำมั่นในขณะนี้อาจถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจของรัฐบาลชุดต่อไปได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB