รัฐยืนยัน! น้ำมันมีพอ เดินหน้าตรึงดีเซลต่อ-เบนซินอาจปรับเพิ่ม เร่งหาแหล่งสำรองเพิ่ม
รัฐยืนยัน! น้ำมันไทยมีพอ วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก เดินหน้าตรึงดีเซลต่อแต่เบนซินอาจปรับเพิ่ม เผยเร่งหาแหล่งสำรองเพิ่ม จ่อชงมาตรการประหยัดพลังงาน เข้า ครม. พรุ่งนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการหารือในเรื่องของมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับราคาของน้ำมัน เบนซิน ดีเซล LPG และ LNG ซึ่งเชื่อว่าวันนี้ประชาชนคนไทยทุกคนคงเกิดความกังวล หลังจากที่กระทรวงพลังงานได้มีการประกาศไปเมื่อ2-3 ก่อน ว่าน้ำมันเราสามารถเติมได้ถึง 95 วัน
โดยผลการการประชุมกันวันนี้ ยืนยันว่า ไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและมั่นใจได้ แม้บางช่วงน้ำมันอาจขาดไปบ้าง แต่มีสาเหตุจากการขนส่งมายังสถานีบริการไม่ทัน แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็มีการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นด้วยเช่น จากสหรัฐสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ แอฟริกาใต้ ขณะที่การนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่องที่ถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ
พร้อมกับยืนยันว่ารัฐบาลจะยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อให้ครบ 15 วัน ตามที่เคยประกาศไว้ ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 5-6 วัน แต่หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ว่าจะยังคงตรึงราคาต่อไปหรือไม่ ส่วนน้ำมันเบนซิน ยอมรับว่าในอนาคตอาจต้องมีการ ปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาจากกลไกราคาตลาด แต่จะเป็นการปรับเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นทีเดียวครั้งละ 2 บาท 3 บาท หรือ 5 บาท เพื่อลดผลกระทบของประชาชน
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จะมีการประกาศเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล โดยเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์ม เป็น 7% จากเดิม 5% (จาก B5 เป็น B7) ซึ่งจะเป็นการช่วยลดการใช้ตัวเนื้อน้ำมันดีเซล และทำให้ยืดระยะเวลาน้ำมันที่มีสำรองเพิ่มขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลและสนับสนุนราคาผลผลิตที่เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ฃในช่วงนี้ และในอนาคตหากมีความจำเป็น ก็จะมีการศึกษาการเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์ม ขึ้นเป็น 10% และ 20% แต่ยังต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเครื่องยนต์บางค่ายยังไม่รองรับ B 10 และ B20
ขณะเดียวกัน จะมีการอุดหนุนราคา น้ำมันเบนซิน E20 ให้มีส่วนต่างที่ถูกกว่า E10 เป็น 3 บาท เพื่อจูงใจประชาชนมาใช้น้ำมัน เบนซิน ซึ่งมีสัดส่วนของเอทานอล 20% มากขึ้นและจะช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันเบนซินน้อยลงได้
รวมถึงจะมีการต่ออายุการตรึงราคาแก๊สหุงต้ม ออกไปอีก 2 เดือน จนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 จากเดิมที่จะตรึงถึงแค่เดือนมีนาคม 2569 ดังนั้น ขอย้ำกับประชาชนว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม
ขณะที่ก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศ ก็จะมีการจัดหาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติบางส่วน ที่ไม่สามารถส่งมาจากประเทศกาตาร์ได้ จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งขณะนี้มีการติดต่อขอซื้อไฟฟ้า พลังงานน้ำจากส.ป.ป.ลาวเพิ่มเติม และได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมด้วย รวมถึงได้ติดต่อแหล่งก๊าซ JDA (Joint Development Area) หรือพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ให้ผลิตก๊าซส่งมาไทยเพิ่มเติมอีกทาง ซึ่งมาเลเซียยืนยันว่าจะผลิตเพิ่มให้กับไทย จึงขอให้ปีะชาชนมั่นใจว่าจะไม่ขาดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ยืนยันรัฐบาลยังสามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นการประมาท ในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน ล่าสุด ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการ ขอความร่วมมือมีมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นไปอยู่ถึง 26-27 องศา การใช้พลังงานอย่างประหยัด ปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมไปถึงมาตรการ work from home การประชุมออนไลน์ ซึ่งเบื้องต้นถือเป็นการขอความร่วมมือยังไม่ใช่มาตรการบังคับ
"ช่วงนี้เป็นช่วงของการรณรงค์และขอความร่วมมือ ต้องเรียนว่ารัฐบาลมีมาตรการถึงขั้นบังคับ แต่ต้องดูตามความเหมาะสม ตามระยะเวลาและตามสถานการณ์ที่จะออกออกมาเป็นช่วงๆ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงของการรณรงค์และขอความร่วมมือก่อน"
อีกทั้งยังขอความร่วมมือกับทางผู้ค้าน้ำมันที่มีสถานีบริการน้ำมัน ให้ส่งเสริมในเรื่องของการตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ให้กับประชาชน เนื่องจากการตรวจสอบเครื่องยนต์และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาสามารถประหยัดน้ำมันได้จำนวนมาก ซึ่งมาตรการขอความร่วมมือดังกล่าวจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ 10 มีนาคม 2569 เพื่อพิจารณา
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขณะนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า ติดลบเล็กน้อย ซึ่งวันแรกที่ประกาศตรึงราคาน้ำมัน สถานะของกองทุนบวก 2,000 กว่าล้านบาท หลังจากนั้นติดลบเล็กน้อย และยังถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ ซึ่งกองทุนน้ำมัน เคยติดลบสูงสุด 120,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามก็ได้เตรียมออกพระราชกำหนดเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมัน ในกรณีที่กองทุนน้ำมันจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติมเตรียมไว้แล้ว
ส่วนการประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในอนาคตว่าจะมีการปรับขึ้นไปถึงที่ระดับไหน นายอรรถพล ยืนยันว่า ขึ้นอยู่กับสงคราม แต่เป็นไปได้ทั้งบวกและลบ เนื่องจากตัวน้ำมันดิบขึ้นมาเป็น 100 เหรียญ และน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นมา 150 เหรียญ น้ำมันดีเซลก็ขึ้นมาสูง อาจจะมีข่าวดีตรงที่ขณะนี้ประเทศที่มีสำรองน้ำมันจำนวนมาก เริ่มที่จะมีการทยอยประกาศว่าจะนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ จึงจะช่วยพยุงความผันผวนของราคาได้ แต่หากมองทางปัจจัยไม่ดี คือ สงครามยังคงยืดเยื้อ ต่อ แต่ยืนยันว่าแม้ราคาน้ำมันอาจมีการปรับขึ้นจริง แต่สงครามยุติเมื่อไหร่น้ำมันก็จะลดลงแน่นอน
และจากกรณีที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของกาตาร์ออกมาประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น จะเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด แต่จะไม่ถาวร อาจจะเป็นการกระชากไปในช่วงหนึ่งและอาจจะลงมา ซึ่งสถานการณ์น้ำมันทั้งราคาและปริมาณขึ้นอยู่กับสงครามโดยตรงซึ่งต้องติดตามสถานะสงครามอย่างใกล้ชิด และประเมินเป็นรายชั่วโมง
ขณะที่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ กำลังเข้มงวดในเรื่องของการดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรมและมีปริมาณสินค้าที่เพียงพอ โดยมี พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพราะฉะนั้นสินค้าที่ขายต้องมีเพียงพอ มีราคาที่เหมาะสมและห้ามกักตุน ซึ่งหากใครฝ่าฝืนมีบทลงโทษจําคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ยืนยันว่าราคาต้องเป็นธรรมและมีเพียงพอ
ส่วนสินค้าที่มีความจําเป็นในการบริโภค ยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม เพราะฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาต้องมีการยื่นข้อมูลมายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างราคาว่าส่วนไหนที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นข้อมูลมาเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินค้าจนถึงวันนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB