คลัง แย้มข่าวดี คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ลงทะเบียน เม.ย.69
คลัง แย้มข่าวดี คนละครึ่ง พลัส มาแน่เดือน พ.ค. 69 ด้าน ปลัดคลัง เผย ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน คาด เปิดให้ลงทะเบียนได้เดือน เม.ย. นี้! ส่วนคืบหน้ากู้เงินหนุนกองทุนน้ำมันฯ กระทรวงการคลังได้รับหนังสือขอให้ช่วยค้ำประกันแล้ว 1.5 แสนล้านบาท
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารประจำสัปดาห์ว่า กระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมการจัดเก็บรายได้จนถึงเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ในสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ได้กำชับให้กรมบัญชีกลางเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อพยุงเศรษฐกิจช่วงนี้
ส่วนประเด็นวิกฤตพลังงาน นายเอกนิติ ได้มอบนโยบายเร่งด่วนไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ให้สื่อสารผ่านกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังที่นั่งอยู่ในบอร์ดบริษัทน้ำมันและโรงกลั่นต่างๆ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยห้ามไม่ให้มีการกักตุนน้ำมัน และห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมสรรพสามิตส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจนับสต็อกน้ำมันที่โรงกลั่นทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลน ขณะเดียวกันได้กำชับกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตให้กวดล้างการลักลอบนำน้ำมันในประเทศไทยไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าจากการอุดหนุนของรัฐ ทำให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบส่งออก ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องปราบปราม
นายเอกนิติ ยอมรับว่า วิกฤตพลังงานรอบนี้ส่งผลไปทั่วโลก โดยราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น 300-400% จากระดับ 90 เหรียญฯ มาอยู่ที่กว่า 200 เหรียญต่อบาร์เรล แม้ปัจจุบันไทยจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเข้าช่วยพยุงราคาให้ขึ้นช้ากว่าประเทศอื่น แต่ในระยะยาวรัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตที่จะไม่จบลงโดยง่าย
"เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเงินทุกบาทคือภาษีประชาชน การทุ่มเงินอุ้มราคาอย่างเดียวจะทำให้เราไม่มีงบประมาณไปช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีรถใช้ ยุทธศาสตร์จากนี้จึงต้องเปลี่ยนจากการอุดหนุนที่ราคา ไปเป็นการอุดหนุนที่ตัวบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง"
สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชน นายเอกนิติระบุว่าขณะนี้ได้รับพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่มีการประชุม คณะรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก คาดว่าก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนทันที โดยเบื้องต้นได้ประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องงบกลางสำหรับดูแลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.4 ล้านคนอย่างใกล้ชิด
นอกจากมาตรการเร่งด่วน นายเอกนิติ ยังเปิดเผยถึงโครงการสำคัญที่จะเริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ คือโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งเป็นการควบรวมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว เพื่อลดความซับซ้อนของร้านค้าและเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้บริโภค
"แต่ก่อนเราแยกสองโครงการ ร้านค้ามักบ่นว่าพอคนละครึ่งหมดตลาดก็เงียบ ต่อไปนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการจะสามารถใช้จ่ายผ่านกลไกคนละครึ่งได้ด้วย สามารถไปซื้อส้มตำ หมูปิ้ง ในระบบเดียวกันได้เลย และที่สำคัญคือคำว่า พลัส เราจะใส่ระบบ AI เข้าไปช่วยวิเคราะห์ยอดขายให้พ่อค้าแม่ค้า เพื่อให้เขามีฐานข้อมูลในการบริหารต้นทุนและใช้เป็นหลักฐานในการเข้าถึงเงินกู้ในระบบได้ง่ายขึ้น"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินฉากทัศน์ ของวิกฤตสงคราม นายเอกนิติ ระบุว่า เดิมมีการคาดการณ์ไว้ 2 ฉากทัศน์ คือจบเร็วภายใน 1 เดือน ซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ปัจจุบันจึงต้องเตรียมแผนรองรับฉากทัศน์ที่ 2 คือสงครามอาจยืดเยื้อ 3-4 เดือน หรือมากกว่านั้น
โดยย้ำว่า ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไหร่ สิ่งที่เราทำได้คือเตรียมน้ำมันสำรองให้มากที่สุด ซื้อล่วงหน้าให้มากที่สุด เพราะหลายประเทศเริ่มแย่งกันซื้อและน้ำมันเริ่มขาดแคลน เราหวังว่าสถานการณ์โลกจะไม่ไปถึงจุดวิกฤตที่สุด แต่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมเสมอเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตในประเทศไทย
คนละครึ่ง พลัส มาแน่ เปิดลงทะเบียน เม.ย. 2569 ใหม่ทั้งหมด โดยใช้ชื่อ "ไทยช่วยไทย พลัส"
ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส หรือ โครงการคนละครึ่ง พลัส เดิม นั้น คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดทุกคนในเดือนเมษายน 2569 และจะสามารถเริ่มโครงการได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ส่วนรายละเอียดของวงเงินและสิทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
ส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบุว่า ยังให้สิทธิ์กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการเดิมต่อ ส่วนวงเงินที่จะได้รับทาง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จะมีการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าจะไม่น้อยกว่า 100 บาท ส่วนจะได้มากกว่านั้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
ขณะที่การเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คาดว่า จะ เปิดให้ลงทะเบียน หลังจากที่โครงการคนละครึ่งพลัสเริ่ม ไปแล้ว 3 เดือน พร้อมกับย้ำว่าความเข้มงวดของเกณฑ์การพิจารณาจะมีมากขึ้น ซึ่งจะมีการทบทวนในเรื่องเกณฑ์รายได้ของผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่อีกครั้ง ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียน ยืนยันว่าจะง่ายขึ้นไม่ซับซ้อนเหมือนครั้งก่อนๆ โดยที่กระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติเองทั้งหมด
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งหนังสือขอให้กระทรวงการคลัง ช่วยค้ำประกันแล้ว จำนวน 150,000 ล้านบาท อุดหนุนราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ นายลวรณ ชี้แจงถึงการกู้เงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยว่า ขณะนี้ทางกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ส่งหนังสือมายังกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ขยายวงเงินการกู้ยืม เป็น 150,000 ล้านบาท จากเดิมที่กองทุนกู้ได้เพียง 40,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันการกู้เงินดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการคลังเชื่อว่าจะเพียงพอต่อการดูแลและอุดหนุนราคาน้ำมันในขณะนี้
พร้อมกับยืนยันว่า การกู้ยืมเงินดังกล่าว จะไม่กระทบต่อฐานะการคลังของรัฐบาล เนื่องจาก รัฐบาลยังสามารถกู้เงินได้อีก 300,000 ล้านบาท หลังจากที่ค้ำประกันการกู้เงินให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว 150,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าหนี้สาธารณะจะไม่เกิน 70% ของ GDP และขณะนี้ ยังไม่มีแผนการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะขึ้นจาก 70%
ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะต้องรอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากมติเดิมไม่สามารถทำต่อได้เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดเก่าไม่มีอำนาจแล้ว
ทั้งนี้ นายลวรณ ยืนยันว่า จากข้อมูลล่าสุดงบประมาณปี 2570 จะไม่ล่าช้าไปจากกำหนดเดิม โดยจะใช้ได้ในเดือนตุลาคม 2569 จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่างบประมาณปี 2570 จะมีความล่าช้าราว 3 เดือน ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประเทศไทยมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ค่อนข้างไว ทำให้การจัดทำงบประมาณไม่ได้ล่าช้าอย่างที่เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB