เงินเฟ้อ มี.ค.69 ติดลบ 0.08% ไตรมาสแรก ติดลบ 0.54% ปรับคาดการณ์ทั้งปี สูงขึ้น 1.5-2.5%
พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อ มี.ค.69 ติดลบ 0.08% ช่วงไตรมาสแรกติดลบ 0.54% คาด ไตรมาส2 เงินเฟ้อจะสูงขึ้น จากราคาน้ำมันสะท้อนชัดเจนขึ้น พาณิชย์ จึงปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี สูงขึ้น 1.5-2.5% หรือ เฉลี่ย 2%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของไทย ในเดือนมีนาคา 2569 ลดลงร้อยละ 0.08 เป็นการปรับลดลงในอัตราที่ชะลอตัว โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญหยุดชะงัก ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก และการปรับลด
ค่ากระแสไฟฟ้ายังคงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต๊อกเดิม จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในเดือนมีนาคม ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
โดยอัตราเงินเฟ้อ ที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.08 มีปัจจัยมาจาก สินค้าในหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 0.34 จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม กระดาษชำระ)
ทั้งนี้หากเทียบอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 กับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเฟ้อสูงขึ้นร้อยละ 0.60 จากการสูงขึ้นของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 0.82 โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับมีการลดเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน ค่าโดยสารเครื่องบินทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับสูงขึ้นตามความต้องการในการเดินทางและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินมีปริมาณลดลง
และสำหรับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 ยังคงลดลงร้อยละ 0.54 ในขณะที่ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คาดว่า จะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ผลักดันระดับราคาให้ปรับสูงขึ้น ได้แก่
(1) ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
(2) ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง
(3) ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
(4) ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ
และ (5) แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
(1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า
และ (2) ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ จึงปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่างร้อยละ 0.0 – 1.0 (ค่ากลาง 0.5) เป็นระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลาง 2.0)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB