เลขาฯ สภาพัฒน์เผย ยอดใช้น้ำมันดีเซลวูบ 45- 56 ล้านลิตร จากปกติ 82 ล้านลิตร
เลขาฯ สภาพัฒน์เผย ยอดใช้น้ำมันดีเซลวูบ 45- 56 ล้านลิตร จากปกติ 82 ล้านลิตร ด้านนายกฯ ขอบคุณปชช. ช่วยประหยัดพลังงานช่วงวิกฤติ ส่งผลสต๊อกน้ํามันเหลือเพิ่ม
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้ตนเข้าไปพบเพื่อรายงานสถานการณ์ของการจำหน่ายน้ำมัน ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากเดิมที่เรามีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซล เฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตร ซึ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ำมันปรับลดลง อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยใช้ในช่วงของสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก
"นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลง ตรงจุดนี้โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ทําให้เรามีสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถสะสมตัวน้ำมันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ำมันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม" เลขาสภาพัฒน์ กล่าว
นายดนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดําเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชะลอการเข้าไปโจมตีอิหร่าน ประมาณสองสัปดาห์ แต่เรายังไม่ทราบว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้ อยากให้ทุกท่านยังคงช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะในช่วงถัดไปการจัดหาน้ำมัน ถ้าสถานการณ์กลับเข้ามาสู่จุดเดิม และอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม การจัดหาน้ำมันอาจจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราสามารถประหยัดพลังงาน และมีการสะสมสต๊อกน้ำมัน ในช่วงนี้ได้มากขึ้น ยืดเวลาการมีน้ำมันให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพได้นานกว่าเดิม
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน นายดนุชา กล่าวว่า ตอนนี้สต๊อกน้ำมันที่บอกว่ามีร้อยกว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวัน ที่เป็นน้ำมันกำลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ำมันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ ที่ใช้อยู่ จะมีสต๊อกตามกฎหมาย ประมาณ 25 วัน และสต๊อกสําหรับการจำหน่าย ประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ำมันลดลง กำลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ซึ่งก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกำลังการผลิตขึ้นมากว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ำมันลดลงอย่างนี้ จะทําให้ตัวกำลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ และมีสต๊อกน้ำมันมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเราสามารถลดการใช้น้ำมันได้เรื่อย ๆ สต๊อกน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทําให้ยืดเวลาได้ ส่วนจะกี่วันนั้น รายละเอียดก็ต้องคุยกับกระทรวงพลังงานด้วย เข้าใจดีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะคุยเรื่องนี้กับประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่า การลดการใช้น้ำมัน ตรงนี้จะช่วยสถานะของกองทุนน้ำมันได้ด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ถ้าลดก็จะช่วยสถานะกองทุนน้ำมัน ในแง่ของเงินที่จ่ายออก ส่วนค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7เม.ย.2569 และได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทําให้กองทุนน้ำมันมีรายจ่ายต่อวันลดลง จากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท และจะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับตัวฐานะการคลังของประเทศด้วย เพราะจะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชน ในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จริงๆ ราคาน้ำมันตอนนี้ จะเริ่มปรับลดลง จากเมื่อเช้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศก็ตาม แต่ถ้าพูดจริงๆ ก็ยังอยู่ระดับที่สูงกว่าปกติอยู่ดี ถ้าเราสามารถช่วยกันประหยัดได้ก็จะช่วยได้เยอะ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ได้คุยถึงสถานการณ์น้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ขาดแคลนใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ขาด ตอนนี้ในระบบสถานีบริการน้ำมัน จากข้อมูลทั้งของ ปตท. และ บางจาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาดมา 2-3 วันแล้ว
เมื่อถามว่า แนวคิดการจะปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา ยังมีอยู่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ตรงนั้นต้องคุยกันในรายละเอียดอีกที ซึ่งเมื่อเช้าก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เขาจะได้รับผลกระทบ ก็ต้องมาดูว่าจะออกเป็นมาตรการในลักษณะไหน ไม่ให้กระทบกันมาก แต่สิ่งสําคัญคือทุกคนต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เป็นเรื่องน้ำมันแพง แต่ในระยะถัดไป จะกลายเป็นเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา ฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวทั้งเรื่องการประหยัดและใช้ชีวิต ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB