"พิพัฒน์" ชี้ สงกรานต์ 2569 คาด คนใช้รถสาธารณะเพิ่ม เซ่นพิษน้ำมันแพง
"คมนาคม" รณรงค์ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ ช่วงสงกรานต์ 69 งัดมาตรการคุมเข้มทั่วประเทศ ตั้งเป้า อุบัติเหตุ จากขนส่งสาธารณะต้องเป็นศูนย์ คาด คนใช้รถสาธารณะเพิ่ม เซ่นพิษน้ำมันแพง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ภายใต้แคมเปญ "ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569" ย้ำว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด โดยในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครสูงถึง 18.58 ล้านคน-เที่ยว และในส่วนของต่างจังหวัดอีกกว่า 3.45 ล้านคน-เที่ยว
เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทดแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น
และนอกจากมาตรการในช่วงสงกรานต์แล้ว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าสู่ "ระบบราชการยุคดิจิทัล" โดยได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบคุณสมบัติพนักงานขับรถขนส่งสาธารณะ ช่วยลดขั้นตอนการขอรับและต่อใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ ทำให้การเดินทางในช่วงปีใหม่ไทยปีนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยกระทรวงคมนาคม ได้วางกรอบการดำเนินงานไว้ 2 ด้านสำคัญ ดังนี้
1.ด้านการอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่าย โดยจัดเตรียมรถเสริมให้เพียงพอ เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท รถไฟฟ้า รถเมล์ และบขส. พร้อมจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก ในสถานีบริการให้พร้อมใช้งาน ลดภาระค่าใช้จ่ายตรึงราคาค่าโดยสารในอัตราเดิม ยกเว้นค่าผ่านทางด่วน 3 สาย หรือเฉลิมมหานคร ศรีรัช และอุดรรัถยา รวม 63 ด่าน
อีกทั้ง บริหารจัดการจราจรกรมทางหลวงชนบทแนะนำทางลัดเส้นทางเลี่ยง เพื่อกระจายปริมาณรถบนถนนสายหลัก พร้อมจัดศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารตลอดการเดินทาง
2.ด้านความปลอดภัย โดยตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะอย่างเข้มงวด ทั้งต้นทาง ระหว่างทาง ปลายทาง และจุดเช็คพอยท์ สำหรับรถโดยสารประจำทางที่วิ่งเกิน 400 กิโลเมตร ต้องมีพนักงานขับรถสองคน และเข้มงวดดูแลความปลอดภัยทุกพื้นที่ ตรวจความสงบเรียบร้อย ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีรถไฟทุกแห่ง
อีกทั้ง จะตรวจเข้มสารเสพติดและแอลกอฮอล์ โดยพนักงานขับรถทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องเป็นศูนย์เท่านั้น รวมถึงประสาน ป.ป.ส. สุ่มตรวจสารเสพติดทั้งพนักงานขับรถยนต์และผู้ขับขี่เรือโดยสาร (สปีดโบ๊ท) ในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ
โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าในปีนี้ว่า ต้องการให้อุบัติเหตุในระบบขนส่งสาธารณะที่อยู่ภายใต้การกำดูแลเป็นศูนย์ ขณะที่ภาพรวมการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมด ตั้งเป้าให้ลดลงไม่น้อยกว่า 5%
"เราต้องการให้การเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัยจริงๆ ไม่ใช่เกิดจากการละเลย ตรวจสอบไม่ทั่วถึง หรือความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ"
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB