“เอกนิติ” ชี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% ดีกว่าคาด
“เอกนิติ” ชี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% ดีกว่าคาด พรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เสนอแน่ ไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 2 แสนล้านบาท เข้า ครม.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่เติบโต 2.5%
โดยมี “การลงทุน” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนเอกชนที่ขยายตัว 10.1%
ซึ่งเป็นการเติบโตระดับสองหลักครั้งแรกในรอบ 11 ปี ซึ่งการลงทุนคือเครื่องยนต์ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Moody’s Rating ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยดีขึ้นจากระดับ 'เชิงลบ' เป็น 'มีเสถียรภาพ'
ส่วนการส่งออกในไตรมาส 1 ปี 69 ที่ขยายตัว 17.8% แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก เพราะไทยพึ่งพาการส่งออกมานาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งการลงทุน เพื่อใช้เครื่องยนต์นี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจย้อนหลังจะสะท้อนภาพที่ดี เปรียบเสมือน'การมองกระจกหลัง' ที่เอารถยนต์ออกจากหล่มแล้ว แต่เมื่อมองไปในอนาคต กระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ภาพเศรษฐกิจในช่วงต่อจากนี้ ยังมีความท้าทายจากวิกฤตราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
โดยจะไม่ได้สะท้อนในตัวเลข GDP แต่จะไปสะท้อนที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่เริ่มเผชิญภาวะต้นทุนสูงขึ้นแต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
ดังนั้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว วันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.69) กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงิน 2 แสนล้านบาท ภายใต้กรอบพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยรัฐจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่าย 40%
อย่างไรก็ตาม นโยบายการคลังมีความจำเป็นมากในสถานการณ์ปัจจุบันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายการเงินที่ต้องสมดุลระหว่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของประชาชนไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
หากไม่ดำเนินมาตรการใดเพิ่มเติม เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเผชิญภาวะ “Double Squeeze” คือ ต้นทุนสูงขึ้นแต่รายได้ลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการจ้างงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้นและสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB