สศช. ห่วง ว่างงานพุ่ง “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วย พยุงการจ้างงานรายย่อย
สศช. ห่วง ว่างงานพุ่ง รายได้แรงงานลด เสี่ยงถูกลดชั่วโมงทำงาน เหตุ เศรษฐกิจชะลอตัว ตะวันออกกลางดันต้นทุนสูง ขณะที่ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยลดค่าครองชีพ พยุงการจ้างงานรายย่อยได้
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า แม้การจ้างงานโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 4.6% แต่ตลาดแรงงานยังมีสัญญาณน่ากังวล หลังอัตราว่างงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% จาก 0.7% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยลดลง 0.6% เหลือ 15,145 บาทต่อคนต่อเดือน
ปัจจุบันไทยมีผู้มีงานทำประมาณ 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยภาคเกษตรมีแรงงาน 11.3 ล้านคน ส่วนนอกภาคเกษตรอยู่ที่ 29.9 ล้านคน ซึ่งกลุ่มค้าส่งค้าปลีกขยายตัวสูงสุด 7.3%
ขณะที่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของภาคเอกชนยังทรงตัวที่ 43 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่จำนวนผู้ทำงานต่ำระดับ หรือทำงานต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 5.4% มาอยู่ที่ราว 190,000 คน สะท้อนว่าหลายภาคธุรกิจเริ่มลดชั่วโมงทำงานแทนการเลิกจ้าง
ว่างงานพุ่งเกือบ 10% พบแรงงานว่างเกิน 1 ปี เพิ่มเกือบ 30%
ส่วนผู้ว่างงานล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 390,000 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 10% โดยกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนเพิ่มขึ้นถึง 44.8% ขณะที่ผู้ว่างงานระยะยาว หรือว่างงานเกิน 1 ปี เพิ่มขึ้น 27% อยู่ที่กว่า 87,000 คน นอกจากนี้ ผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ว่างงานจากประกันสังคมเพิ่มขึ้นเป็น 242,000 คน จาก 178,000 คนในไตรมาสก่อน
นายดนุชา ยังระบุว่า ปัจจุบันมี “ผู้เสมือนว่างงาน” ราว 4.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% โดยเฉพาะนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10% ซึ่งกลุ่มนี้หมายถึงผู้ที่ทำงานไม่เต็มเวลา และมีรายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้ค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง ก่อสร้าง และการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอตัวจากค่าตั๋วโดยสารและเงินเฟ้อในต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจเลือก “ลดชั่วโมงทำงาน-ลดโอที” แทนการเลิกจ้าง ซึ่งจะกระทบรายได้แรงงานโดยตรง
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาปัญหาว่างงานแฝงที่เพิ่มขึ้น 17% โดยในปี 2568 มีผู้ว่างงานแฝงประมาณ 220,000 คน ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมหรือต่ำกว่า และกระจุกตัวในภาคเกษตร ก่อสร้าง และการผลิต โดยมีรายได้เฉลี่ยเพียงประมาณ 6,000 บาทต่อเดือน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยแรงงานทั้งระบบที่ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน
หวั่นอุตสาหกรรม EV กระทบแรงงานดั้งเดิม
อีกประเด็นสำคัญคือ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจกระทบแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมและ Supply Chain จึงต้องเร่งเตรียมมาตรการรองรับและพัฒนาแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่
หนี้ครัวเรือนเพิ่ม ยอดหนี้แตะ 16.44 ล้านล้านบาท
ด้านสถานการณ์หนี้ครัวเรือน นายดนุชา กล่าวว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.05% อยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86.7% ของ GDP โดยสินเชื่อส่วนบุคคลยังขยายตัวสูงสุดที่ 4.24%
คุณภาพสินเชื่อยังน่าห่วง - หนี้เสียเพิ่ม
ส่วนคุณภาพสินเชื่อยังน่าห่วง โดยหนี้เสีย (NPL) ในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 3.23% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.17 ล้านล้านบาท ขณะที่ข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อนอนแบงก์และสหกรณ์ พบว่า NPL สูงถึง 9.59% เพิ่มขึ้นจาก 9.45% ในไตรมาสก่อน นอกจากนี้ สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SML) หรือหนี้ค้างชำระ 31-90 วัน มีมูลค่าประมาณ 4.8 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.51% ซึ่งต้องเร่งบริหารจัดการไม่ให้กลายเป็น NPL ในอนาคต
ห่วงก่อหนี้ตามรีวิว Influencer
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพฤติกรรมบริโภคผ่านการรีวิวของ Influencer ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจพบว่า 58% ตัดสินใจซื้อสินค้าจากคำแนะนำของ Influencer ทำให้กลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี และวัยเริ่มทำงาน มีหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“การรู้เท่าทันทางการเงินอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมีวินัยทางการเงินและความยับยั้งชั่งใจ เพราะถ้าความต้องการเกินข้อจำกัดทางการเงิน ก็จะกลายเป็นหนี้ทันที” นายดนุชา กล่าว
Virtual Bank อาจทำให้คนก่อหนี้ง่ายขึ้นเพราะเข้าถึงสินเชื่อง่าย
พร้อมกันนี้ ยังเตือนให้ติดตามความเสี่ยงจาก Virtual Bank ที่อาจช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น แต่ก็อาจทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น หากขาดวินัยทางการเงิน โดยชี้ว่าหลายประเทศมี NPL ของธนาคารดิจิทัลสูงกว่าระบบธนาคารพาณิชย์แบบเดิมฃ
เฝ้าระวังหลอกขายการ์ดเกม-ลงทุนเทรดทองคำออนไลน์
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังการหลอกลวงผ่านการซื้อขายการ์ดเกมและการ์ดการ์ตูนออนไลน์ การหลอกลงทุนเทรดทองคำออนไลน์ รวมถึงปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 65% ซึ่งอาจกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทย
นายดนุชา ยังกล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่วันนี้เพิ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์วันแรก ว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยลดค่าครองชีพประชาชนเป็นหลัก และอาจช่วยพยุงการจ้างงานของผู้ประกอบการรายเล็กได้บางส่วน หากเกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ
พร้อมระบุว่า การที่มีประชาชนลงทะเบียนกว่า 20 ล้านคนใน 2 ชั่วโมงแรก สะท้อนความสนใจและความต้องการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมตามเป้าหมาย 30 ล้านคนในที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB