"เอกนัฏ" ชี้แนวโน้มราคาน้ำมันจ่อลดลงต่อเนื่อง พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัย
"เอกนัฏ" ชี้แนวโน้มราคาน้ำมันจ่อลดลงต่อเนื่อง พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัย จากเดิมให้บ้านที่ใช้ไฟสูงจ่ายแพง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากที่มีการตกลงเจรจาสันติภาพกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกการบริหารจัดการราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อลดภาระประชาชน
โดยสามารถดึงเงินกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดราคาหน้าปั๊มได้กว่า 8,300 ล้านบาท และส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
และมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันนายเอกนัฏระบุว่าได้สั่งการให้ทบทวนตัวเลขใหม่โดยใช้ตัวเลขจริงแทนการคาดการณ์ พบว่ายอดการติดลบของกองทุนลดลงจากเดิมที่คาดไว้จากเดิมติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 57,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการอายัดเงินคืนให้แก่ผู้ค้าบางกลุ่มที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องการกักตุนกำไรไว้อีกประมาณ 30,000 ล้านบาท ทำให้ในขณะนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม โดยจะบริหารจัดการภายในวงเงินกู้ที่ดำเนินการอยู่เดิมเพื่อไม่ให้เป็นภาระหนี้สาธารณะของประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังวางกลไกถาวรในการกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการกลั่น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โลก เพื่อไม่ให้ค่าการกลั่นพุ่งสูงเกินไป โดยจะมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้อำนาจแก่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการกำกับดูแลได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
“เราเอาบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อที่จะมาวางกลไกสำหรับการจัดการราคาหน้าโรงกลั่น ถามตกลงเนี่ย ที่ไปอิงสิงคโปร์ ควรจะอิงแบบที่ไปบวกพรีเมี่ยม ควรจะบวกหรือไม่ควรบวก กลไกในการกำหนด ค่าการกลั่น สำหรับโรงกลั่น ในสภาวะเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบตะวันออกกลางแล้วค่าการพุ่งสูงปรี๊ด ก็ต้องมีกลไกในการจำกัดไม่ให้ค่าการเพิ่มสูงมากเกินไปแบบนี้ เป็นต้น”นายเอกนัฏ ระบุ
พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัยจากเดิมให้บ้านที่ใช้ไฟสูงจ่ายแพง
ขณะเดียวกัน นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่ากระทรวงพลังงานมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เนื่องจากการปรับค่าไฟฟ้านั้นจะกระทบทั้งประชาชน และการไฟฟ้าฯ ซึ่งรอผลจากการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตรัฐบาลมีความตั้งใจให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง โดยในส่วนของการปรับอัตราค่าไฟฟ้าของบ้านที่อยู่อาศัยที่ให้ผู้ที่ใช้ไฟมากจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าอาจจะมีการทบทวน เพราะในที่สุดในเรื่องค่าไฟฟ้าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกัน
เช่น เรื่องของการแก้ปัญหาโรงไฟฟ้าที่มีรูปแบบสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ (สัญญาทาส) เช่นที่ขายไฟฟ้าในรูปแบบแอดเดอร์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเรื่องของความสูญเสียในระบบที่เรียกว่าเป็น loss ในระบบเหมือนสายส่งสายจำหน่าย หรือเรื่องไฟสาธารณะก็นำมาบวกในค่าไฟฐานและบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนพวกนี้ต้องจัดการใหม่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ในมาตรการสำคัญในระยะต่อไปคือการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ คือประเภทที่ 9 หรือกลุ่ม Data Center ให้จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจาก Data Center เป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมากและต้องใช้ก๊าซนำเข้าที่มีราคาสูงในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นอัตราค่าไฟของกลุ่มนี้จะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและอาจสูงกว่าค่าไฟบ้านเรือน เพื่อนำส่วนต่างมาช่วยอุดหนุนและลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับภาคประชาชนและอุตสาหกรรมในประเทศ
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ในส่วนของพลังงานสะอาดรัฐบาลจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งรัดกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนจากภาคประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ พร้อมทั้งชี้แจงว่ามาตรการสนับสนุนงบประมาณของรัฐจะไม่ใช่การแจกเงินฟรี
แต่เป็นการช่วยสนับสนุนเงินดาวน์หรือลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB