Fed ตรึงดอกเบี้ย ไม่ได้แปลว่าพายุจบ เตือนผู้ประกอบการรับมือกดต้นทุนโลก
Fed ตรึงดอกเบี้ย ไม่ได้แปลว่าพายุจบ ส.อ.ท. เตือนผู้ประกอบการรับมือเงินเฟ้อ-พลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์ กดต้นทุนโลกผันผวน
ในจังหวะที่ทั่วโลกจับตาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ถูกมองว่าเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจในระยะสั้น เพราะช่วยลดแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและคลายความผันผวนในตลาดการเงินโลกลงได้บางส่วน
แต่สำหรับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะวางใจ เพราะปัจจัยเสี่ยงหลายด้านยังคงกดดันเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การที่ Fed ยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดความผันผวนของตลาดการเงินโลกในระยะสั้น เนื่องจากภาคธุรกิจยังไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมทันที
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรมองว่าเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายต้นทุนทางการเงินโลกอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจยังมีอยู่หลายด้าน
“แม้ Fed จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ภาคธุรกิจต้องไม่ประมาท เพราะสถานการณ์การเงินโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ดอกเบี้ยโลกอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้” นางพิมพ์ใจ กล่าว
ส.อ.ท. ระบุว่า สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้และตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% อาจทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้
สำหรับประเทศไทย แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1.00% และต้นทุนทางการเงินในประเทศยังไม่ได้ขยับตามดอกเบี้ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ยังจำเป็นต้องบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เนื่องจากความผันผวนของดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อค่าเงินบาท ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ ราคาพลังงาน รวมถึงกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป
ส.อ.ท. มองว่า การที่ Fed คงดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่ภาคอุตสาหกรรมไทยควรใช้ในการเตรียมความพร้อมและเสริมภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ มากกว่าจะมองว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจสิ้นสุดลงแล้ว
โดยผู้ประกอบการควรเร่งบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทบทวนโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ดูแลให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
รวมถึงเร่งลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยโลกที่ยังสูงและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน
“เสถียรภาพทางการเงินเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในระยะยาว คือการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ยกระดับประสิทธิภาพ และสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้พร้อมรับมือกับทุกความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นางพิมพ์ใจ กล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB