บัตรคนจน 2569 คัดกรองหลุดเกณฑ์กว่า 9.3 ล้านราย ยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ถึง 31 ก.ค.
รู้ผล! บัตรคนจน 2569 คัดกรองหลุดเกณฑ์กว่า 9.3 ล้านราย จากทั้งหมด 18.8 ล้านราย ยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ถึง 31 ก.ค. ส่วนผู้ผ่านรายใหม่ เริ่มใช้สิทธิ์ 1 ต.ค.นี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง แถลงผลการคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
นายวินิจ เปิดเผยว่า มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านราย โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ 9.5 ล้านราย และไม่ผ่านการคัดกรอง 9.3 ล้านราย
ลดลงจากการลงทะเบียนปี 2565 ที่มีผู้ได้รับสิทธิ์ 13.2 ล้านราย เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้สวัสดิการเข้าถึงผู้ที่ยากจนและเปราะบางที่สุดอย่างแท้จริง
ผู้ได้รับสิทธิ์คิดเป็นประมาณ 14% ของประชากรทั้งประเทศ ใกล้เคียงกับสัดส่วนผู้มีรายได้น้อยตามเส้นความยากจนที่ธนาคารโลกประเมินไว้ที่ประมาณ 12%
การคัดกรองครั้งนี้ใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐแบบเชื่อมโยง (Dynamic Data) ครอบคลุมทั้งข้อมูลรายได้จากกรมสรรพากร ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จากกรมที่ดิน ข้อมูลยานพาหนะจากกรมการขนส่งทางบก รวมถึงข้อมูลจากสถาบันการเงินและผู้ให้บริการบัตรเครดิต ทำให้สามารถตรวจสอบผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินเกินเกณฑ์ได้แม่นยำมากขึ้น แม้จะไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีก็ตาม
นอกจากนี้ ยังนำข้อมูลการถือครองบัญชีหลักทรัพย์ ตราสารหนี้ และการเป็นกรรมการบริษัท มาประกอบการพิจารณา เพื่อสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ลงทะเบียนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้านกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ค้นหาผู้เดือดร้อนที่ตกสำรวจหรือเข้าไม่ถึงระบบดิจิทัล ภายในเวลาเพียง 18 วัน สามารถรวบรวมผู้เดือดร้อนเข้าสู่ระบบได้กว่า 5.4 ล้านราย ก่อนส่งให้คณะกรรมการระดับอำเภอตรวจสอบและกลั่นกรอง เพื่อป้องกันการตกหล่นและให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างโปร่งใส
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านรายได้และคุณสมบัติ นายวินิจ ยืนยันว่า ไม่ใช่การตั้งใจตัดสิทธิ์ผู้เดือดร้อน แต่เป็นผลจากการตรวจสอบข้อมูลที่ครอบคลุมและเข้มงวดมากขึ้นตามหลักเกณฑ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองสามารถ ยื่นทบทวนสิทธิ์ ได้ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือที่ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารออมสิน
- ธ.ก.ส.
- ธอส.
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
โดยจะประกาศผลการทบทวนสิทธิ์ในวันที่ 21 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์เดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ส่วน ผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่ ต้องยืนยันตัวตนทุกคนผ่านช่องทางเดียวกับการยื่นทบทวนสิทธิ์ ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณางบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อรองรับผู้ที่ตกหล่นและผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียน ผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) คาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมได้ประมาณ 6 ล้านราย
ส่วนกรณีผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทหรือมีบัญชีหลักทรัพย์ แต่ยืนยันว่าไม่มีรายได้จริง กระทรวงการคลังระบุว่าจะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยสามารถนำหลักฐานมายื่นประกอบการทบทวนสิทธิ์ได้ หากพบว่าเป็นการถูกแอบอ้างชื่อ หรือข้อมูลในระบบคลาดเคลื่อน
ด้านกระทรวง พม. เตรียมมาตรการรองรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง โดยจะเชื่อมโยงไปยังสวัสดิการรูปแบบอื่นที่เหมาะสม เช่น เงินทุนประกอบอาชีพแบบปลอดดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่ยังมีศักยภาพในการทำงาน หรือสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพิง เพื่อให้ความช่วยเหลือสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละคน และนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB