Bleisure เทรน์เที่ยวไม่ต้องรอวันลา เมื่อ "ทำงาน” กับ “เที่ยว” ไปด้วยกันได้
เมื่อการทำงานยืดหยุ่นขึ้น คนไทยเริ่มมองหาจุดหมายที่ “อยู่ยาวได้ ทำงานได้ เที่ยวได้” พร้อมเปิด 6 เมืองต่างประเทศยอดฮิตที่ถูกค้นหาที่พัก 30 คืนขึ้นไปมากที่สุด
เมื่อก่อนถ้าจะไปเที่ยวต่างประเทศ หลายคนต้องวางแผนวันลาให้ดี เพราะการเที่ยวหมายถึงการ “หยุดงาน”
แต่วันนี้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป การทำงานทางไกลและการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้คนจำนวนหนึ่งสามารถพกคอมพิวเตอร์ไปทำงานจากที่อื่นได้
จึงเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า “Bleisure” ซึ่งมาจากคำว่า Business + Leisure หรือการเดินทางที่รวม “งาน” และ “เที่ยว” ไว้ในทริปเดียวกัน พูดง่ายๆ คือ ไปทำงานด้วย และถือโอกาสเที่ยวด้วย
คำว่า Bleisure เริ่มถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 2009 โดย Future Laboratory บริษัทที่ปรึกษาด้านเทรนด์จากยุโรป แต่หลังเกิดโควิด-19 เทรนด์นี้ยิ่งเห็นชัดขึ้น เพราะหลายองค์กรเปิดให้ทำงานทางไกล ขณะที่คนทำงานเองก็มีอิสระในการเลือกสถานที่ทำงานมากขึ้น
จากเดิมที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศ จึงกลายเป็นการนั่งทำงานที่โรงแรม คาเฟ่ หรือแม้แต่ริมทะเล แล้วใช้เวลาหลังเลิกงานออกไปเที่ยวได้
ทำไม Bleisure ถึงกำลังมาแรง?
เหตุผลสำคัญคือ คนไม่จำเป็นต้องเลือกแล้วว่าจะ “ทำงาน” หรือ “เที่ยว” หากต้องเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอยู่แล้ว ก็สามารถเพิ่มวันพักอีก 1–2 คืน เพื่อเที่ยวสถานที่นั้นต่อได้
หรือในบางกรณี คนที่สามารถทำงานทางไกลได้ ก็อาจเลือกไปอยู่ต่างเมืองหรือต่างประเทศนานขึ้น แล้วทำงานไปพร้อมกับใช้ชีวิตในสถานที่นั้น
พฤติกรรมนี้จึงเชื่อมโยงกับอีกหนึ่งเทรนด์ที่คุ้นเคยกันดี คือ Digital Nomad หรือคนที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ และเมื่อรวมกับค่าครองชีพ การเดินทาง และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น การ “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้” จึงกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการท่องเที่ยวไปด้วย
จากเที่ยวไม่กี่วัน สู่การ “อยู่ยาวเป็นเดือน”
หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ นักเดินทางเริ่มมองหาที่พักระยะยาวมากขึ้น
ข้อมูลการค้นหาที่พักของ อโกด้า วันที่ 18 สิงหาคม 2569 พบว่า สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป นักท่องเที่ยวไทยค้นหาจุดหมายปลายทางต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่
1. ดานัง เวียดนาม
2. บาหลี อินโดนีเซีย
3. โตเกียว ญี่ปุ่น
4. กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
5. โฮจิมินห์ซิตี้ เวียยดนาม
6. โซล เกาหลี
เหตุผลที่จุดหมายเหล่านี้ได้รับความสนใจ ไม่ได้มีเพียงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึง ค่าครองชีพ ความสะดวกในการเดินทาง อินเทอร์เน็ต สิ่งอำนวยความสะดวก และคุณภาพชีวิต
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ต้องการ “อยู่ยาว” และยังสามารถทำงานระหว่างเดินทางได้
แล้วแต่ละเมืองตอบโจทย์อะไร?
ดานัง – เวียดนาม
ครองอันดับ 1 ในการค้นหาที่พักระยะยาวของนักท่องเที่ยวไทย จุดเด่นคือค่าครองชีพไม่สูง มีทั้งชายหาดและเมือง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตระยะยาว
บาหลี – อินโดนีเซีย
จุดหมายยอดนิยมของ Digital Nomad เพราะมีทั้งสภาพแวดล้อมสำหรับทำงาน คาเฟ่ ที่พัก และกิจกรรมด้าน Wellness
โตเกียว – ญี่ปุ่น
ได้เปรียบเรื่องระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การเดินทางในเมืองสะดวก แม้จะพักเป็นเวลานาน
กัวลาลัมเปอร์ – มาเลเซีย
โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
โฮจิมินห์ซิตี้ – เวียดนาม และโซล – เกาหลีใต้
ตอบโจทย์คนที่ต้องการทั้งความสะดวก วัฒนธรรม อาหาร และคุณภาพชีวิตในเมือง
ไม่ต้องไปไกล ต่างจังหวัดไทยก็ฮิตพักยาว
เทรนด์พักยาวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการเดินทางออกนอกประเทศ เพราะข้อมูลของอโกด้ายังพบว่า นักเดินทางที่ค้นหาที่พักในไทยตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไป ให้ความสนใจกับเมืองชายทะเลและเกาะต่างๆ เป็นหลัก จุดหมายยอดนิยม ได้แก่ พัทยา – ภูเก็ต – เกาะสมุย – หัวหิน – ชะอำ
โดย พัทยา ครองอันดับหนึ่ง เพราะได้ทั้งบรรยากาศริมทะเลและความสะดวกแบบเมือง แถมยังเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ง่าย ส่วน ภูเก็ตและเกาะสมุย มีจุดแข็งเรื่องเที่ยวบิน การมีชุมชนชาวต่างชาติ และที่พักหลากหลาย ขณะที่ หัวหินและชะอำ เหมาะกับคนที่ต้องการความผ่อนคลายริมทะเล แต่ยังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้สะดวก
หากมองไปทางภาคใต้ ยังมี กระบี่ เกาะพะงัน เกาะเต่า และเกาะลันตา ที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเกาะพะงันที่ไม่ได้มีแค่ภาพจำเรื่องฟูลมูนปาร์ตี้ แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่ม Wellness และ Digital Nomad ส่วน เกาะเต่า มีจุดเด่นเรื่องการดำน้ำ ขณะที่ เกาะช้าง เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบและใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ
โรงแรมต้องเปลี่ยนอย่างไร เมื่อคนไม่ได้มาแค่ “นอน”
เมื่อคนเดินทางนานขึ้น ธุรกิจโรงแรมก็ต้องปรับตัวตาม เพราะลูกค้า Bleisure ไม่ได้มองหาแค่ห้องพัก แต่ต้องการสถานที่ที่ ทำงานได้และพักผ่อนได้ในที่เดียว
- ตัวอย่างบริการที่ช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น
- เช็กอิน–เช็กเอาต์ได้รวดเร็ว
- มีอินเทอร์เน็ตและพื้นที่ทำงานที่พร้อม
- มีบริการซักรีดสำหรับนักธุรกิจ
- ขยายเวลาเปิดฟิตเนสหรือสปา
- จัดกิจกรรมช่วงเช้าหรือช่วงค่ำที่คนทำงานสามารถเข้าร่วมได้
- มีแพ็กเกจพักต่อคืนที่ 3 หรือ 4 ในราคาพิเศษ
เพราะเมื่อประชุมเสร็จ ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะกลับบ้านทันที แต่อาจเลือกพักต่อเพื่อเที่ยวและพักผ่อน
เทรนด์นี้กำลังบอกอะไรกับธุรกิจท่องเที่ยว?
ข้อมูลของอโกด้าสะท้อนว่า นักเดินทางกำลังมองหาสถานที่ที่ตอบโจทย์มากกว่าแค่ “ไปเที่ยว” แต่ต้อง อยู่ได้ ทำงานได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้นในอนาคตการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “ที่ไหนมีสถานที่เที่ยวสวยที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นคำถามว่า “ที่ไหนทำงานได้สะดวก จ่ายไม่แพง อยู่ได้นาน และทำให้เราอยากอยู่ต่อ?”
เพราะสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ การพักผ่อนอาจไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดอีกต่อไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างที่ยังทำงานอยู่ด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB