เงินบาทอ่อนสุดรอบ 2 เดือน หุ้นไทยหลุด 1,600 จุด สัปดาห์หน้าจับตาอะไร?
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเงินบาทสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 33.20–33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเงินเฟ้อ เฟด และตะวันออกกลาง
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 28 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 ตลาดการเงินไทยต้องเผชิญกับหลายปัจจัยที่เข้ามากดดันทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่สถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันในตลาดโลก ไปจนถึงทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เงินบาทอ่อนค่าทำสถิติรอบกว่า 2 เดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยมีแรงกดดันสำคัญจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากราคาน้ำมันแล้ว เงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลงหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ส่งสัญญาณกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาค่อนข้างดี ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนกันยายน ก็ช่วยหนุนเงินดอลลาร์ฯ และเพิ่มความเป็นไปได้ว่าเฟดอาจยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในระยะข้างหน้า
จากปัจจัยทั้งหมดนี้ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 33.71 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง และแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วน ก่อนสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน
สัปดาห์หน้า เงินบาทมีกรอบ 33.20–33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สำหรับสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20–33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สิ่งที่ต้องติดตามยังมีหลายเรื่อง โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเดือนกันยายน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางบอนด์ยีลด์ทั่วโลก โดยเฉพาะของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามบันทึกการประชุมเฟดประจำวันที่ 15–16 กันยายน ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนกันยายน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เบื้องต้นเดือนตุลาคม รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการเดือนกันยายนของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
หุ้นไทยเจอแรงขาย ต่างชาติ–สถาบันกดดันตลาด
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี SET ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
อีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดคือ สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการเงินและขนส่ง ทำให้เกิดแรงเทขายออกมา
นอกจากนี้ ช่วงสิ้นไตรมาส 3/2569 ยังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาเพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงค่อนข้างแรง
จุดที่น่าจับตาคือ ดัชนี SET หลุดระดับ 1,600 จุด และปรับตัวลงเกือบ 50 จุด ก่อนที่จะฟื้นกลับมาได้บางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากแรงซื้อคืนในหุ้นหลายกลุ่ม
โดยหุ้นที่เข้ามาช่วยพยุงตลาดในช่วงท้ายสัปดาห์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร เทคโนโลยี และพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นพลังงานที่ยังมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งทรงตัวอยู่ในระดับสูง
สัปดาห์หน้า หุ้นไทยมีแนวรับ–แนวต้านตรงไหน?
สำหรับสัปดาห์วันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 ฝ่ายวิจัย KSecurities ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,615 จุด ตามลำดับ
ปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงมีทั้งตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อของไทยเดือนกันยายน สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ สัญญาณความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังต้องติดตามดัชนี PMI ภาคบริการเดือนกันยายนของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟด ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมของยูโรโซน
ทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ตลาดการเงินไทยยังต้องจับตาปัจจัยต่างประเทศควบคู่กับสถานการณ์ในประเทศ เพราะทั้ง ค่าเงินบาทและหุ้นไทย ยังมีโอกาสเคลื่อนไหวตามทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ราคาน้ำมัน บอนด์ยีลด์ และกระแสเงินทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB