ค่าเงินบาท "อ่อนค่า" สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017
ดอลลาร์ยังแข็งจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ประเมินค่าเงินบาท ในกรอบ 35.90-36.10บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 35.90-36.10บาท/ดอลลาร์ เงินบาทอ่อนค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017 หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงสุดวันเดียวที่ +1.6% และค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงมากสุด 1.75% และอ่อนค่าสูงสุดเทียบดอลลาร์ในรอบ 20 ปี
ในขณะที่ตลาดกังวลเรื่องภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจหลังราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่ง และรายงานตัวเลขขาดดุลการค้าของเยอรมัน
หลังมองว่าจะเกินดุล สกุลเงินอื่นมีการปรับอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์เช่นเดียวกัน โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าสูงสุดในรอบ 24 ปี ขณะที่วานนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียขึ้นดอกเบี้ย 50 bps ตามคาด
สงครามส่งราคาพลังงานพุ่ง เอเชียช้ำหนัก
ค่าครองชีพ มิ.ย. 65 แตะ 18,088 บาท เกือบครึ่ง ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มค่าเงินบาท การแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่ามากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ซึ่งมองว่า หากตลาดยังคงกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจหลักถดถอย โดยเฉพาะในฝั่งยุโรป อีกทั้ง ECB ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยคล้ายกับเฟด ก็อาจจะยังเป็นปัจจัยที่หนุนเงินดอลลาร์และกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าต่อได้ในระยะนี้ได้
แต่ถ้ามุมมองเดิม จุดกลับตัวของเงินดอลลาร์อาจเกิดขึ้นในช่วงการประชุมเฟดปลายเดือนนี้ หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง อย่างไรก็ดี แม้จะยังมองว่ามีโอกาสที่เงินบาทจะเริ่มกลับตัวมาแข็งค่าได้ แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่ทางการจีนกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้ง หลังเริ่มมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งหากภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจริงก็อาจยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างเทขายสินทรัพย์ฝั่ง EM Asia กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าแตะแนวต้านถัดไปที่ 36.50 บาทต่อดอลลาร์ได้
ความผันผวนสูงของเงินบาทในช่วงนี้ (เงินบาทอ่อนค่าเร็ว) อาจทำให้ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยลดความผันผวนลงได้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับกลยุทธ์ปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ทัน และประเมินว่า ผู้ส่งออกอาจเริ่มกลับมาทยอยขายเงินดอลลาร์ได้ หลังเงินบาทอ่อนค่าแตะโซน 36 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้เช่นกัน
Krungthai GLOBAL MARKETSธนาคารกรุงไทย มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.15-36.40 บาท/ดอลลาร์
ส่วนสถานการณ์ตลาดในต่างประเทศ
ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจหลัก อย่าง สหรัฐฯ และ ยุโรป อาจชะลอตัวลงหนักจนเข้าสู่สภาวะถดถอย ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดการเงิน หลังจากที่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของสหรัฐฯ (ISM Services PMI) ในเดือนมิถุนายนได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 55.3 (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว) ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี โดยความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจเสี่ยงที่จะเข้าสู่สภาวะถดถอยดังกล่าวนั้น ได้กดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 100.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 98.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามลำดับ สร้างแรงกดดันให้ผู้เล่นในตลาดเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรป
โดยในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 107.1 จุด หนุนโดยความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่ารุนแรงของ สกุลเงินฝั่งยุโรป ทั้งเงินยูโร (EUR) และ เงินปอนด์ (GBP) โดยเฉพาะเงินปอนด์ (GBP) ที่อ่อนค่าลงแรงสู่ระดับ 1.191 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ท่ามกลางวิกฤติการเมืองอังกฤษ หลังรัฐมนตรีหลายกระทรวงยื่นใบลาออก เพื่อกดดันให้นายกฯ อังกฤษ Boris Johnson ลาออก
การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ยังคงกดดันให้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 1,738 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งต้องจับตาแนวรับถัดไปใน โซน 1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ว่าจะมีแรงซื้อทองคำหนุนราคาทองคำให้รีบาวด์กลับขึ้นมาได้หรือไม่ แต่โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำดังกล่าวก็อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน
ตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP เพื่อประเมินแนวโน้มยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ โดยหากการจ้างงานยังเพิ่มขึ้นได้ราว 2 แสนราย ก็อาจยังคงสะท้อนภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจถดถอยลงไปได้บ้าง
“แม่ลีน่าจัง” เคาะ! สาวงาม Miss Universe Thailand 2022 ใครมีโอกาสลุ้นมง
ตอบข้อสงสัย "ติดโควิด" ต้องทำอย่างไร แนะวิธีลงทะเบียนและการปฏิบัติตัว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB