เฟด ย้ำคำเดิม “ขึ้นดอกเบี้ย” คาดตลาดซึมซับแล้ว แนะหุ้นฟื้นตัว-เติบโต
ตลาดหุ้นคาดว่าน่าจะซึมซับ เฟด รุกขึ้นดอกเบี้ยในระดับหนึ่งแล้ว โบรกแนะหุ้นฟื้นตามเศรษฐกิจ และหุ้นเติบโตราคาย่อตัวลงมาลึก
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส หรือ ASPS เปิดเผยรายงานบทวิเคราะห์ระบุว่า การแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Fed) บนเวที Cato Institute ที่กรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.65) ส่งสัญญาณว่า เฟด ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังพุ่งสูงต่อไป
ทั้งนี้ส่งผลให้ FED Tools Watch ของ CME Group เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มการปรับขึ้น หรือลดดอกเบี้ย มองว่า เฟด จะขึ้นดอกเบี้ย +0.75% ในการประชุมครั้งหน้ามีความเป็นไปได้สูงถึง 84%
ด้านที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก 0.75% ตามคาด โดยมองเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าว ไม่ได้กดดันตลาดหุ้นมากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นตอบสนองประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว
ขณะที่ไทยยังน่าสนใจจาก 2 มุม คือ 1.คาดช่วงที่เหลือของปี ทั้งดอกเบี้ยไทยยังต่ำกว่า และมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้ช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้ว (ปลายปีคาดดอกเบี้ยไทย 1.25% ยุโรป 2% สหรัฐ 4%) ซึ่งตามกลไกตลาดหุ้นไทย ถูกกดดันให้ถูกซื้อขายบน PE ที่ลดลงน้อยกว่า 2. เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเติบโต ต่อเนื่อง จากที่ระดับการฟื้นตัวของ GDP ยังไม่กลับไประดับก่อนช่วงโควิด-19
โดยตลอดระยะเวลาราว 3 สัปดาห์ ตั้งแต่ประธาน เฟด ให้ความเห็นว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจะ สกัดกั้นเงินเฟ้อแบบเต็มที่ในการประชุม Jackson Holl จนปัจจุบันวานนี้ในงาน Cato Institute ก็ยังยืนยันมุมมองเดิม ฝ่ายวิจัย ASPS คาดว่าตลาดหุ้นน่าจะสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปมากแล้ว เพราะหากดูข้อมูลจาก Fed Watch Tool คาด Fed มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ณ 21 ก.ย. 65 อีก 0.75% ปลายปีอยู่ที่ 4% เหมือนเดิม แต่ตลาดหุ้นกลับปรับตัวลงมาลึกแล้ว เช่น ดัชนี Nasdeq ของสหรัฐฯ ลด 8.5%, ดัชนี DAX ของเยอรมนี ลด 5.8%, ดันชี Hang Seng ของฮ่องกง ลด 5.4% และ ดัชนี SET ของไทยลด +0.24%
นอกจากนี้คาดกาณ์ตลาดหุ้นไทย ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี (Outperform) กว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนา ทั้งแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และการเร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปีช้ากว่า โดยปลายปีตลาดคาดดอกเบี้ยไทย 1.25% ยุโรป 2% สหรัฐฯ 4% ซึ่งตามกลไกตลาดหุ้นไทยถูกกดดันให้ถูกซื้อขายบน PE ที่ลดลงน้อยกว่า
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่ม
1. หุ้นฟื้นตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังคง Outperform ได้ดี แนะนำ HMPRO, CKP ,PLANB ,CENTEL ,CK, BDMS
2. หุ้นเติบโต ราคาย่อตัวลงมาลึก มีโอกาสรีบาว์นกลับได้ แนะนำ KCE, HANA, MINT , CBG, MTC, TIDLOR
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB