คาดการณ์ตลาดหุ้นไทย หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หรือ 0.50%
วันนี้เตรียมจับตา กนง.ประชุมพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลา 14.00 น. โดยตลาดคาดปรับเพิ่มขึ้น +0.25% โบรกมองมีความสำคัญต่อตลาดหุ้นอย่างมาก หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าคาด +0.50% หลังเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 38 บาท/ดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันในการพิจารณาเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสร้างเสถียรภาพค่าเงิน
ฝ่ายวิจัยบริษัท เอเซียพลัส หรือ ASPS รายงานผ่านบทวิเคราะห์ ระบุว่า เงินบาทที่อ่อนค่าจนเข้าใกล้ 38 บาทต่อUSD อาจเป็นแรงกดดันให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมวันนี้ (28 ก.ย.65) ต้องพิจารณาถึงระดับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่าควรเป็น 0.25% หรือ 0.5% โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทย ระดับของการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะมีผลต่อการคำนวนดัชนีเป้าหมาย ปลายปี 2565 ซึ่งฝ่ายวิจัยฯใช้ Market Earning Yield Gap ในการคำนวน สมมุติฐานหลักที่ใช้ คือ
กำหนดให้ กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมในปี 2565 ที่ 0.75% มาอยู่ที่ 1.25% ณ สิ้นปี และกำหนด Market Earning YieldGap เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 4.2% สมมุติฐานดังกล่าวจะให้ SET Indexเป้าหมายที่ 1730 จุด แต่หากปรับขึ้นมากกว่านั้นอีก 0.25%(การประชุมครั้งใดครั้งหนึ่งขึ้น 0.5%) จะทำให้เป้าหมาย SET Index ลงมาอยู่ที่ 1652 จุด ดังนั้นการ ประชุมรอบนี้จึงมีผลต่อความอ่อนไหว (Sentiment) การลงทุนค่อนข้างมาก
โดยในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกผันผวนและปรับฐานแรง ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Fed) เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ถึง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามหากดูช่วงที่เหลือของปี ตลาดคาด เฟด จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยลง ทำให้เหลือขึ้นอีกราว 1%-1.25% (ไม่ถึง 0.75% ในการประชุม 2 ครั้งที่เหลือ) ดังนั้นประเด็นการเร่งขึ้นดอกเบี้ยตลาดหุ้นน่าจะตอบรับไปในระดับหนึ่งแล้วในช่วงที่เหลือน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น
ด้านไทยวันนี้มีการประชุม กนง. เวลา 14.00 น. ซึ่งทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยไทยมีความสำคัญต่อตลาดหุ้นมาก เนื่องจากปัจจุบันมี 2 ปัจจัยหลัก ที่ กนง. ต้องพิจารณาสร้างเสถียรภาพเพิ่มขึ้น คือ
- ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก ด้วยดอกเบี้ยไทยที่ล่าสุดอยู่ที่ 0.75% ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในกรอบ 2.5% -4.25% ซึ่งกดดันให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทย (ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ) ปัจจุบันต่ำ -7.11% และต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในกรอบ -0.44% ถึง 5.05% ส่งผลถึงการพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. เช่นกัน
- ความเสี่ยงค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 38 บาทต่อดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 16 ปี โดยการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ เฟด เป็นส่วนหนึ่งกดดันดอลลาร์แข็งค่า และค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็ว 4.5% MTD ซึ่งการพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินได้
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์การขึ้นดอกเบี้ยของกนง. ในวันนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ได้วิเคราะห์แบ่งสถานะการณ์ตลาดหุ้นออกเป็น 2 กรณีการขึ้นดอกเบี้ยในระดับต่าง ๆ ประกอบด้วย
1. หาก กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (ตามตลาดคาดการณ์) ฝ่ายวิจัยประเมินตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวช่วงสั้น แต่ยังมีความเสี่ยงในมุมค่าเงินบาทอ่อนค่า เนื่องจากตลาดซึมซับปัจจัยลบนี้มาในระดับหนึ่ง จากการปรับฐานลงมากว่า 62 จุด หรือ -3.7% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกาและไทยยังกว้างอยู่ อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าต่อเช่นกัน ฝ่ายวิจัยประเมิน SETIndex มีโอกาสฟื้นตัวช่วงสั้นกรอบ 1610 – 1650 จุด
2. หาก กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% (สูงกว่าตลาดคาดการณ์) เกิดความเสี่ยงในมุมValuation ตลาดหุ้น ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index มีโอกาสผันผวนมากขึ้นเนื่องจากตามกลไกดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดทุก ๆ 0.25% จะกดดันให้ MEYG ระหว่างหุ้นกับตลาดตราสารหนี้แคบลง หรือกดดันเป้าหมายดัชนีให้ลดลงได้ถึง 78 จุด ช่วงสั้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินกรอบแนวรับทยอยสะสม 1,600 จุด และ 1,580 จุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB