เงินบาทเปิด 37.60 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” นักลงทุนปิดรับความเสี่ยงเร็ว
เงินบาทเปิดเช้าทิศทาง“อ่อนค่าลง” ตลาดการเงินพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว ตัวเลขแรงงานสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย
ตลาดการเงินพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งแนวโน้มของค่าเงินบาทอาจผันผวน อ่อนค่าลงใกล้โซนแนวต้าน 37.80-37.90 บาทต่อดอลลาร์ได้ หากตลาดยังปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย
และอาจเกิดพร้อมการย่อตัวลงของราคาทองคำ (correlation กับเงินบาทถึง 78%)
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS แนะนำ จับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ หลังนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการขายสินทรัพย์ไทย ซึ่งพอจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ ในระยะสั้นนี้
ดอลาร์ยังแข็งค่า กังวลแนวโน้มเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งต้องรอติดตามรายงานเงินเฟ้อ CPI เดือน ก.ย. อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญ รวมถึง คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจใหม่ของ IMF (WEO October 2022)
ขณะที่ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยที่ยังหนุนการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 37.20-37.90 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 37.50-37.75 บาท/ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิดสะพานเชื่อมต่อระหว่างไครเมียกับดินแดนของรัสเซีย ส่งผลทำให้ตลาดการเงินกลับมากังวลต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนอีกครั้ง และอาจเลือกที่จะปิดรับความเสี่ยงและหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) และอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะสินค้าพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้
ส่วนอัตราเงินเฟ้อและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็ยังสร้างความกังวลให้นักลงทุนอยู่ด้วยเช่นกัน และเงินดอลลาร์อาจเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ตลาดเลือกที่จะถือในภาวะดังกล่าว หากบอนด์ยีลด์ไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมาก (เพราะตลาดก็ยังคงกังวลภาพเศรษฐกิจถดถอยอยู่) ก็อาจทำให้ทองคำเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตลาดอยากเข้ามาถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามอย่างใกล้ชิด คือ รายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ เดือนกันยายน เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยของเฟด โดยตลาดมองว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ซึ่งไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน อาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.5% (คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว +0.5% จากเดือนก่อนหน้า)
ฝั่งยุโรป – บรรดานักลงทุนสถาบันและนักวิเคราะห์อาจยังคงมีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรป ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อสูง แนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงความเสี่ยงวิกฤตพลังงานและสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงร้อนแรงอยู่ ซึ่งมุมมองดังกล่าวจะสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Sentix Investor Confidence) เดือนตุลาคม ที่ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ -35 จุด
ฝั่งเอเชีย – ตลาดประเมินว่า ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนอาจยังคงเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก
ข้อมูล : Krungthai GLOBAL MARKETS
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB