จับตา ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ-สงคราม ตัวเร่งภาวะถดถอย กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
วิกฤตเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ราคาน้ำมันแพง ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ล่าสุดเพิ่งยกระดับความรุนแรง อาจทำยุโรปเพิ่มการคว่ำบาตรมากขึ้น และจะยิ่งเร่งให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในอนาคต
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส หรือ ASPS เผยรายงานผ่านบทวิเคราะห์ระบุว่า วัฎจักรความกลัวได้แก่ เงินเฟ้อสูง นำไปสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ย และการถดถอยทางเศรษฐกิจ ล่าสุดพบว่ามีกระแสที่เพิ่มความกลัวในองค์ประกอบต่าง ๆ เริ่มจากเงินเฟ้อซึ่งมีแรงขับจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก (OPEC) ปรับการผลิตน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้มีแรงหนุนจากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่แรงขึ้นใน รัสเซีย-ยูเครน โดยเมื่อช่วง 2 วันที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดบนสะพานแห่งเดียวของรัสเซีย ที่เชื่อมกับคาบสมุทรไครเมียร์ ซึ่งสะพานดังกล่าวเป็นจุดที่รัสเซียใช้ขนส่งทรัพยากรไปใช้ในสงครามยูเครน
ทั้งนี้หากเป็นการโจมตีจากฝั่งยูเครนจริง อาจเป็นการยกระดับความรุนแรงของสงครามครั้งนี้ขึ้นอีกระดับ ขณะที่ล่าสุดรัสเซียยิงขีปนาวุธ 6 ลูก เข้าไปในพื้นที่เมืองซาปอริห์เชียของยูเครน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน และบาดเจ็บกว่า 60 คน ประเด็นดังกล่าว คาดทำให้การคว่ำ บาตรรัสเซียของฝั่งยุโรปยังมีอยู่ และ ทำให้อัตราเงินเฟ้อของฝั่งยุโรปทรงตัวระดับสูงต่อไป กดดันเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ในอนาคต
ด้านราคาน้ำมันดิบล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นสูง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นราว 16.5% จนอยู่เหนือระดับ 92 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากที่สุดในรอบ 2 ปี ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวมแล้ว 22%
จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้เพิ่มความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เมื่อดูจาก FED Watch Tool เครื่องมือคาดการณ์ปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) ได้ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น +81% ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งถัดไป และเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นถึง +23% ที่จะเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน และกระแสเงินทุนอาจไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนาได้
นอกจากนี้วันศุกร์ที่ผ่านมา (7 ต.ค.65) หลังมีการรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm payrolls) เดือน ก.ย. อยู่ที่ 263,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาด 250,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานที่ 3.5% ดีกว่าที่ตลาดคาด 3.7% ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า เฟด จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยสกัดกั้นเงินเฟ้อสูง จากราคาน้ำมันที่พลิกกลับขึ้นมาเร็วกว่า 16% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกขายทำกำไรออกมา โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงมาแรง -2.1% ถึง -3.8% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกอื่น ๆ มีโอกาสแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้มีโอกาสย่อตัวลงจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน แนวรับแรก 1570 จุด ส่วนแนวต้าน 1590 จุด กลยุทธ์แนะนำถือเงินสดบางส่วนรอความผันผวน ของตลาดลดลง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB