ค่าเงินบาทเช้านี้ "อ่อนค่า" ตลาดกลับมาวิตกเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.90 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่า” จากวันก่อน เนื่องจากตลาดกลับมากังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสดใส
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.2% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขประมาณการซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.9% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการลดลงของตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐ ทำให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ และดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น
ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวผันผวน
ตัวเลขสำคัญที่ตลาดรอคืนวันศุกร์นี้คือ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ โดยตลาดคาดว่า ดัชนี PCE ทั่วไป +5.5%YoY ในเดือนพ.ย. ซึ่งชะลอตัวจากระดับ 6.0%YoY ในเดือน ต.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน คาดอยู่ระดับ +4.7%YoY ในเดือน พ.ย. ซึ่งชะลอตัวจากระดับ 5.0%YoY ในเดือน ต.ค. เช่นกัน ซึ่งสัญญาณดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯว่าได้ผ่านจุดสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยหรือไม่
คาดว่าตลาดเริ่มมีภาวะปิดรับความเสี่ยง ก่อนวันหยุดของทางสหรัฐ และตลาดสำคัญอื่นๆ โดยเรายังคงมองว่า เงินบาทยังอยู่ในกรอบ Sideway โดยมีแนวรับ/ต้าน สำคัญในโซน 34.60/35.20 บาทต่อดอลลาร์
แนะนำ ผู้นำเข้าควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐยังคงแกว่งตัว โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 3.70% จากมุมมองในตลาดเริ่มกังวลว่า เฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง หากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้แย่ลงหรือชะลอตัวลงหนักตามที่คาดการณ์ไว้
เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.4 จุด หนุนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องไปได้มากกว่าคาด
สำหรับวันนี้ จับตารายงานเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ โดยตลาดมองว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง รวมถึงราคาสินค้าพลังงานที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ในเดือนพฤศจิกายน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (PCE) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่เฟดจับตาอย่างใกล้ชิด อาจเพิ่มขึ้น +5.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน ก็อาจเพิ่มขึ้นเพียง +4.6%y/y นับว่าเป็นการชะลอลงอย่างต่อเนื่องของดัชนีชี้วัดภาวะเงินเฟ้อที่เฟดจับตามองใกล้ชิด
และหากดัชนี PCE และ Core PCE ชะลอลงตามคาดและยังคงชะลอลงในอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ก็อาจชี้ว่าการคาดการณ์ของเฟดล่าสุด เกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อสูงเกินไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB