ค่าเงินบาทเช้านี้ เปิดตลาดแข็งค่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอ กดค่าเงินดอลลาร์
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.75 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 34.80 บาท/ดอลลาร์ โดยกรอบวันนี้ 34.60-34.85 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ระบุว่าดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (23 ธ.ค.) หลังการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงเล็กน้อย ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลง และทำให้นักลงทุนต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงมากกว่าดอลลาร์
ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นและตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 59.1 หลังจากแตะระดับ 56.8 ในเดือนพ.ย.
แนะนำ ผู้นำเข้าควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่วนผู้ส่งออก ขายเงินตราต่างประเทศที่ระดับเหนือ 35.00 บาท/ดอลลาร์
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินเผชิญความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะ หุ้นเทคฯ ปรับตัวลง
ในสัปดาห์นี้ เรามองว่า แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาจมีไม่มาก แต่ตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ รวมถึง จับตาสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนและท่าทีของทางการจีน
นักลงทุนรอรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims) โดยหากรายงานข้อมูลดังกล่าวยังคงออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก ต่ำกว่า ระดับ 220,00 ราย หรือ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง ต่ำกว่า 1.67 ล้านคน นักลงทุนในตลาดก็อาจประเมินว่า ภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งอยู่ อาจหนุนให้เฟดสามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ และอาจแตะระดับสูงกว่า 5.00% ที่ตลาดมองในปัจจุบัน
ภาพดังกล่าวก็อาจกดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงหรือระมัดระวังตัวมากขึ้นได้ และ “Santa Rally” หรือภาวะที่ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็อาจไม่เกิดขึ้นในปีนี้
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีน ซึ่งล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มกังวลว่า หากสถานการณ์การระบาดในจีนเลวร้ายมากขึ้นในมุมมองของทางการจีน โดยทางการจีนอาจใช้ยอดผู้เสียชีวิตหรือความแออัดของเตียงในโรงพยาบาลเป็นเครื่องชี้วัด ในสถานการณ์ดังกล่าว ทางการจีนก็อาจกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในระยะสั้นและอาจกดดันให้ ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะลดการถือครองสินทรัพย์ในฝั่งจีน โดยเฉพาะหุ้น หรือ เงินหยวน (CNY)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB