ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้แข็งค่า จ่อหลุด 34 คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.07 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 34.23 บาท/ดอลลาร์ กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 33.90- 34.20 บาท/ดอลลาร์
ดอลล่าร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวานนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานลดลงแตะระดับต่ำสุดรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
เมื่อวานตลาดพันธบัตรไทย นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 13,806 ล้านบาท และซื้อหุ้นไทยสุทธิ 1,486 ล้านบาท
ค่าเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า จ่อหลุด 34
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนเม.ย.จาก ADP และดัชนีภาคบริการเดือนเม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), วันพฤหัสบดีจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าเดือนมี.ค. ส่วนในวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) แนะนำผู้นำเข้าควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง และผู้ส่งออก แนะนำขายเงินตราต่างประเทศที่เหนือระดับ 34.30 บาท/ดอลลาร์
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.85-34.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.11 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 34.06-34.52 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับเงินยูโรและเงินปอนด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
อย่างไรก็ดี ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของสหรัฐฯต่ำกว่าคาดแต่มาตรวัดเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทางด้านเงินเยนร่วงลงอย่างรุนแรงหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษต่อไป โดยบีโอเจคงเป้าหมายดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ -0.1% และคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภท 10 ปีไว้ที่ราว 0% โดยเปิดโอกาสให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร เคลื่อนไหวภายในกรอบ -0.5% ถึง 0.5% ตามเดิม ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,956 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 5,404 ล้านบาท โดยในเดือนเม.ย.เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.2% ขณะที่สกุลเงินภูมิภาคปรับตัวกระจัดกระจาย
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ระบุว่า เหตุการณ์สำคัญอยู่ที่การประชุมเฟดวันที่ 2-3 พ.ค. ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25bp สู่ 5.00-5.25% และจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของวัฎจักรท่ามกลางความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของภาคธนาคารแม้อัตราเงินเฟ้อยังลดลงช้าก็ตาม โดยนักลงทุนจะให้ความสนใจกับการสื่อสารของเฟดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)วันที่ 4 พ.ค.ซึ่งคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25bp และยังคงส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกสักพักหนึ่ง รวมถึงข้อมูลการจ้างงานเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯซึ่งอยู่ในความสนใจของตลาดเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินในประเทศเปิดทำการเพียง 2 วันในสัปดาห์นี้ โดยผลการประชุมธนาคารกลางและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญต่างๆจะส่งผลให้ตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนสูงช่วงคาบเกี่ยววันหยุดของไทย
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ของไทยซึ่งคาดว่าจะชะลอลงต่อเนื่อง ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมี.ค.เกินดุลสูงสุดรอบ 37 เดือนที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกหดตัวน้อยกว่าคาด ส่วนเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเดือนมี.ค.ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า แต่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนลดลง โดยธปท.ให้ความเห็นว่าระยะข้างหน้าต้องติดตามเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการที่อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB