ค่าเงินบาทเปิด ระดับ 36.34 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิด ระดับ 36.34 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอบ้าง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.34 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์
โดยตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways (แกว่งตัวในกรอบ 36.26-35.42 บาทต่อดอลลาร์) ตามการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ที่มีจังหวะย่อตัวลงบ้าง ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้น ตามภาพตลาดการเงินสหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมาอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวมากขึ้น
ท่ามกลางการรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยจังหวะการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ ได้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำมีจังหวะรีบาวด์ขึ้น ซึ่งช่วยชะลอการอ่อนค่าลงของเงินบาท และทำให้โดยรวมเงินบาทยังแกว่งตัว sideways แถวโซน 36.30 บาทต่อดอลลาร์
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังบรรดาธนาคารกลางหลักนอกจากเฟดเตรียมทยอยลดดอกเบี้ย ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังคงสดใส
ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าควรจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
ธนาคารกรุงไทย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
แนวโน้มของค่าเงินบาท
โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอบ้าง แต่ยังเสี่ยงที่จะผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ (แนวต้านถัดไปคือ 36.65 บาทต่อดอลลาร์) หากตลาดยิ่งกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และต้องจับตาแรงกดดันจากราคาทองคำ หากราคาทองคำยังคงปรับฐานต่อเนื่อง
คล้ายกับช่วงต้นเดือนธันวาคมก่อนหน้า ที่ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับฐานหนัก หลังไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากจุด All-time High ได้ รวมถึงจับตาทิศทางสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนจีน (CNY) ที่อาจผันผวนอ่อนค่าต่อได้ หลังอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ อีกทั้งผู้เล่นในตลาดก็อาจเดินหน้าขายสินทรัพย์จีนเพิ่มเติม
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น มองว่า เงินดอลลาร์อาจทรงตัวหรือชะลอการแข็งค่าบ้าง หากอัตราเงินเฟ้อ PCE ไม่ได้สูงกว่าคาดไปมาก ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงเชื่อว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อ หากธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank) ลดดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาดแบบธนาคารกลางสวิตฯ ในสัปดาห์ก่อน
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 36.00-36.50 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.25-36.45 บาท/ดอลลาร์
แต่มุมมองของ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 36.40 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 36.38
โดยดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย หลังจากได้ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่สัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางญี่ปุ่นมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย และการที่ธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของสองธนาคารกับของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยหนุนดอลลาร์ให้ยังคงแข็งค่า
นอกจากนี้การที่ธนาคารกลางอังกฤษได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า รวมทั้งการที่เงินบาทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และจังหวะการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกในช่วงปลายสัปดาห์ล้วนส่งผลหนุนต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2566 ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี (28 มี.ค.) และการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตของสหรัฐ ในวันศุกร์ (29 มี.ค.)
เมื่อวันศุกร์นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,209 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 627 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 36.25 - 36.55
*แนะนำทยอยซื้อที่ 36.35 /ขาย 36.55
EUR/THB 39.10 - 39.60
*แนะนำทยอยซื้อที่ 39.20 / ขาย 39.60
JPY/THB 0.2385 - 0.2425
*แนะนำทยอยซื้อที่ 0.2400 /ขาย 0.2425
GBP/THB 45.55 - 46.05
AUD/THB 23.50 -23.80
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.15-36.35 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วเช้าวันศุกร์ ก่อนที่จะเคลื่อนไหวทรงตัวต่อเนื่องถึงเช้านี้ ด้านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้น ขณะที่ US Treasury yields ปรับลดลงเมื่อวันศุกร์
นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแอตแลนตา มองว่าเฟดสมควรลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ (จากเคยมอง 2 ครั้ง) เนื่องจากเศรษฐกิจยังดีและเงินเฟ้อสูงกว่าคาดเงินเยนสัปดาห์ที่แล้วอ่อนค่าต่อเนื่อง ล่าสุดทางการเตือนเรื่องการเก็งกำไร และอาจเข้าแทรกแซงเมื่อจำเป็น
เช็กเงื่อนไข เปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone-iPad หากแบตเสื่อม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB