เปิดปัจจัยหนุน-กดดันค่าเงินบาท คาดไตรมาสสุดท้ายผันผวน
กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ต เปิดปัจจัยหนุน-กดดันค่าเงินบาท คาดไตรมาสสุดท้ายผันผวนในกรอบ 34.50-36.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นักกลยุทธ์กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ประเมินว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 เงินบาทอ่อนค่าลง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ รับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ดีเกินคาด เมื่อมองไปข้างหน้าคาดว่าสัญญาณชะลอตัวของเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะชัดเจนมากขึ้น เอื้อให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายไตรมาสสามของปีนี้เป็นต้นไป
มุมมองอัตราแลกเปลี่ยนอยู่บนสมมติฐานหลักที่ว่าเฟดจะหันมาใช้นโยบายที่เข้มงวดน้อยลงและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลดความร้อนแรงตามวัฏจักร (Soft Landing) อย่างไรก็ดีปัจจัยลบนอกสหรัฐฯ อาทิ ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานะการคลังของประเทศแกนหลักในกลุ่มยูโรโซน และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบอย่างมีนัยสำคัญในญี่ปุ่น อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ได้แรงหนุนต่อไปในระยะสั้น อนึ่ง เรามองว่าค่าเงินบาทจะสามารถฟื้นตัวได้ก่อนสิ้นปีนี้จากการกลับทิศของนโยบายเฟด และแรงส่งจากภาคท่องเที่ยว
ประมาณการค่าเงินบาทในไตรมาสสุดท้ายของปีผันผวนในกรอบ 34.50-36.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดีการแข็งค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดท่ามกลางศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ขาดความโดดเด่น กระแสเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นความท้าทายจากทิศทางการค้าโลกในระยะถัดไป.....นางสาวรุ่งกล่าว
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตไปไกลกว่าสถานการณ์เชิงวัฏจักรว่า แม้การกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังวิกฤตโรคระบาดจะช่วยพยุงเงินบาทไม่ให้อ่อนค่ารุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง สัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่ำ แต่หากปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งฉุดรั้งขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ระดับการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะโน้มต่ำลงในระยะยาว บั่นทอนภูมิคุ้มกันค่าเงินบาทในที่สุด
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาท
- สัญญาณเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งเราเชื่อว่าภาพดังกล่าวจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปี เอื้อให้เฟดสามารถลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งในปีนี้ และสอดคล้องกับการคาดหวัง Soff Landing
- ภาคท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง การสร้างรายได้จากภาคบริการช่วยประคองดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
- จีนกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตลาดคาดหวังมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
- ศักยภาพการเติบโตของไทยขาดความโดดเด่นความสามารถด้านการแข่งขันลดลงในระยะยาวกระแสเงินทุนไหลออกสูงกว่าเพื่อนบ้าน
- ความเสี่ยงสงครามการค้าครั้งใหม่
สำหรับนโยบายการเงินของไทย กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ตลอดปีนี้ ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะเติบโตที่ 2.4% ธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราเพิ่มขึ้น เสริมความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ และบริการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ-ESG.....นางสาวรุ่งกล่าว
ด้านนายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ปริมาณธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของกรุงศรีเพิ่มขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2566 กรุงศรีมีกำไรจากธุรกรรมเพื่อการค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศสูงถึง 5,732 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% จากปี 2565
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กรุงศรีพบว่าความต้องการของลูกค้าในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงขยายการให้บริการเงินสกุลเงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) ไปเมื่อต้นปีนี้ เพิ่มเติมจากสกุลเงินแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) และดองเวียดนาม (VND) ที่ได้เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว.....นายฮิโรทากะกล่าว
ทั้งนี้จำนวนลูกค้านิติบุคคลที่ทำธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านช่องทาง e-platform FX@Krungsri ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 129% และเพิ่มขึ้นอีก 66% ในครึ่งปีแรกของปีนี้ ปัจจุบันธุรกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ทำรายการผ่าน FX@Krungsri มีจำนวนเพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และการทำธุรกรรมของลูกค้ารายย่อยผ่านแอปพลิเคชั่น KMA krungsri app ที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศ 15 สกุลเงินนั้น ยังคงมีการเติบโตอย่างมั่นคง โดยในปี 2566 มียอดธุรกรรมมากกว่า 35,000 รายการ
Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip6 - Fold6 พร้อมแหวนอัจฉริยะ "Galaxy Ring"
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB