เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.01 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”
ธนาคารกรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (17 ก.ค. 67) ที่ระดับ 36.01 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (17 ก.ค. 67) ที่ระดับ 36.01 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 36.11 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา แม้โดยรวมเงินบาทจะมีทิศทางแข็งค่าขึ้น แต่ก็มีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนพอสมควร (แกว่งตัวในช่วง 36.00-36.19 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ
จากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ในช่วงแรกผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งของเฟดในปีนี้ลงมาบ้าง อย่างไรก็ตามเงินดอลลาร์กลับแข็งค่าอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาสดใส
มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงเชื่อว่าเฟดมีโอกาสราว 63% ในการลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ได้หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่โซน 2,460-2,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดโอกาสให้บรรดาผู้เล่นในตลาดได้ทยอยขายทำกำไรทองคำ และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนหนุนให้เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทดสอบโซนแนวรับสำคัญ 36.00 บาทต่อดอลลาร์.....นายพูนกล่าว
ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเร็วและแรงตามรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทว่าภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงคาดหวังว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีนี้ กดดันให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวแถวระดับ 104.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.2-104.5 จุด)
ส่วนราคาทองคำ จังหวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ได้หนุนให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค.) ปรับขึ้นต่อเนื่องสู่โซน 2,470-2,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยขายทำกำไรทองคำเพิ่มเติม ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำดังกล่าวก็มีส่วนหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา
สำหรับวันนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนมิถุนายน
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทยอมรับว่าการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทจนทดสอบโซนแนวรับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมานั้นเหนือความคาดหมายพอสมควร เนื่องจากรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ก็ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ และราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าตราบใดที่ผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังว่าเฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีนี้ (โอกาสจาก CME FedWatch Tool ควรเกิน 60%) เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ก็อาจมี Upside ที่จำกัด หรืออาจปรับตัวขึ้นไม่ได้มาก จนกว่าตลาดจะเลิกเชื่อในมุมมองดังกล่าว ทั้งนี้แม้เงินบาทจะแข็งค่าทดสอบโซนแนวรับสำคัญได้ แต่เรามองว่าการแข็งค่าต่อยังคงเป็นไปอย่างจำกัดจนกว่าตลาดจะมีการรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม
ประเมินว่าแนวรับถัดไปของเงินบาทอาจอยู่ในโซน 35.85 บาทต่อดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าหลุดโซน 36 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงระหว่างวันมองว่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันบ้าง จากโฟลว์ธุรกรรมซื้อสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินเยนญี่ปุ่นหลังเงินเยนได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาทพอสมควรอีกครั้ง นอกจากนี้บรรดานักลงทุนต่างชาติก็อาจยังสามารถทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้ จนกว่าตลาดทุนไทยจะเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนให้กลับมาได้ ซึ่งอาจต้องรอลุ้นให้ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน
เราคงมุมมองเดิมว่าเงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนไปตามการเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท อย่างมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน...นายพูนกล่าว
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.85-36.15 บาทต่อดอลลาร์
อิหร่านมีแผนสังหาร “ทรัมป์” ก่อนเหตุลอบยิงในเพนซิลเวเนีย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB