ส่องค่าเงินบาทหลัง กนง.ลดดอกเบี้ย 2 แบงก์ใหญ่ มองอ่อนค่าลง
2 แบงก์ใหญ่ มอง ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง หลัง กนง.ลดดอกเบี้ย แต่อาจน้อยลง เพราะตลาดเริ่มชินกับ Tariffs
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในการแถลงของ กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จากภาคการผลิตที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ภาคบริการยังขยายตัวได้ ด้านอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวจากการบริโภคภาคเอกชน ส่วนการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและเกษตรแปรรูปเป็นหลัก
ทั้งนี้ กนง. เห็นควรให้ติดตามภาคการผลิตที่อาจถูกกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ธุรกิจ SMEs ที่เผชิญปัญหาความสามารถในการแข่งขันรวมถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย เงินบาทอ่อนค่าลงเพียงช่วงสั้นๆ สะท้อนปฏิกิริยาตอบสนองต่อการประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ก่อนที่จะกลับมาซื้อขายที่ประมาณ 33.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.1% กนง. ตั้งข้อสังเกตว่าเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลัก
สำหรับการประชุม กนง. ในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 30 เมษายน 2568 โดยมติของ กนง. ในปรับลดดอกเบี้ยในวันนี้สอดคล้องกับมุมมองของกรุงศรีก่อนหน้านี้ สำหรับท่าทีของ กนง. บ่งชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและสามารถรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งการลดดอกเบี้ยลงรอบนี้ยังช่วยผ่อนคลายภาวะทางการเงิน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวของ ธปท. ได้กล่าวถึงพื้นที่นโยบายที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ แล้ว กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์คาดในเบื้องต้นว่า กนง. มีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งต่อไป
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM)
นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์
SCB FM มองเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแม้ ระยะต่อไปอาจอ่อนค่าน้อยลง เพราะตลาดเริ่มชินกับ Tariffs
ด้านนายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กนง. ลดดอกเบี้ยเหนือความคาดหมายของตลาด โดยมีมติ 6 ต่อ 1 ให้ลดดอกเบี้ยลง 25 bps มาอยู่ที่ 2.00% เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่อ่อนแอกว่าคาด รวมทั้งมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทรงตัวในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทาน ซึ่งการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระลูกหนี้ และทำให้ภาวะการเงินบางภาคส่วนที่ตึงตัวผ่อนคลายลงได้ โดยหลังผลการประชุม เงินบาทปรับอ่อนค่าเหนือ 34.80 ก่อนที่จะมี Correction กลับมาที่ระดับใกล้เคียงเดิม ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Government bond yields) ปรับลดลง โดย yields ระยะ 2 ปี ลดลง 5 bps มาที่ราว 1.96% ส่วน yields ระยะ 10 ปี ลดลง 8 bps มาที่ราว 2.17%
นายวชิรวัฒน์ มองว่า ยังไม่เห็นการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยลงต่อ เนื่องจากคณะกรรมการฯ ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ประเมินในครั้งนี้ และสามารถรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าได้ อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยและเงินเฟ้อที่อ่อนแอมาจากปัจจัยฝั่งอุปทานและปัจจัยเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไข และการลดดอกเบี้ยจะยังไม่ช่วยแก้ได้ตรงจุด ดังนั้น หาก GDP ไทยปีนี้โตที่ราว 2.5% ก็อาจจะไม่เห็นการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ตลาดมองว่า กนง. อาจลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งปีนี้ โดยอาจลดในช่วงต้นไตรมาสที่ 4
สำหรับมุมมองค่าเงินบาทในระยะต่อไป มองว่า ในระยะ 1 เดือนนี้ เงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 33.50-34.00 โดยพบว่าในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทมักได้รับอิทธิพลจากผลของมาตรการ Tariffs เป็นหลัก โดยท่าทีของทรัมป์เริ่มผ่อนปรนลง ความไม่แน่นอนในการประกาศใช้จริง ทำให้ตลาด Price-in tariffs risk น้อยลงมาก สะท้อนจาก Market reaction ที่เบาลง ทำให้เงินบาทผันผวนน้อยลงและยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ
นอกจากนี้ พบว่ามีช่วงที่เงินบาทแข็งค่าจากแรงหนุนของเงินยูโรและเงินเยนที่กลับมาแข็ง แต่บาทกลับมาอ่อนค่าเร็วจาก Sentiment ตลาดหุ้นที่แย่ลงทำให้เงินไหลออก และมุมมองการลดดอกเบี้ยของ กนง. ที่มีมากขึ้นในตลาด Swap
ทั้งนี้ หากเงินบาทจะอ่อนค่าเหนือ 34.00 ได้ SCB FM มองว่าอาจต้องมีการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม เช่น ประกาศขึ้น Reciprocal tariffs ของสหรัฐฯ หรือขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และยา ที่อัตรา 25% ซึ่งจะเป็นสิ่งที่อาจทำให้ตลาดมีการ Reprice tariffs risk ใหม่ ดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และบาทอ่อนค่าเร็วได้ ดังนั้น นายวชิรวัฒน์จึงแนะนำผู้นำเข้า/ส่งออกให้พิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX hedging) ในภาวะที่ความผันผวนในตลาดเงินที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB