ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 34.24 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.24 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.17 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.24 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.17 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในกรอบ 34.10-34.31 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยจังหวะการย่อตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ในช่วงแรก
ก่อนที่เงินบาทจะถูกกดดันเพิ่มเติมจนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 34.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น หลังเกิดเหตุวุ่นวายในการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับยูเครน
นอกจากนี้ ความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD (มองเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น) อีกทั้ง ราคาทองคำก็สามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และทิศทางการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ในสัปดาห์นี้ มองว่า ควรติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ และ การเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน พร้อมรอลุ้นยอดการจ้างงานสหรัฐฯ และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
แนวโน้มของค่าเงินบาท
เงินบาทยังคงเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อได้ ทว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าอาจชะลอลงบ้าง โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ เงินหยวนจีน รวมถึงราคาทองคำ ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจมีแนวโน้มไหลออกจากตลาดทุนไทยเพิ่มเติม ตราบใดที่ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เช่น อ่อนค่าสู่ระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจยังคงได้แรงหนุน จากความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทว่า เงินดอลลาร์อาจถูกกดดันได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด
เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.75-34.80 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.10-34.35 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.25 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 34.18 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทมีสัญญาณการกลับตัวอ่อนค่าตั้งแต่ช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลง 0.25% มาที่ระดับ 2.00% ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมตามสัญญาณตึงเครียดของสงครามการค้า หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวย้ำว่าสหรัฐฯจะมีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% และจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีก10% โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มี.ค. นี้
ค่าเงินบาทยังถูกกดดันจากทิศทาง Fund flow ต่างชาติ และการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดระดับ 2,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ลงมา สำหรับข้อมูล ดัชนีราคา PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ซึ่งเผยแพร่ในวันศุกร์ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ โดยตัวเลขเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 34.10-34.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เมื่อวันศุกร์นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 5,022 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 4,964 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 34.10- 34.40
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 34.10
EUR/THB 35.30- 35.70
* แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 35.30
JPY/THB 0.2260- 0.2300
* แนะนำ ทยอยขาย 0.2300
GBP/THB 42.80- 43.20
AUD/THB 21.10- 21.50
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB