5 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เก็บภาษีนำเข้า ตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค.69
ศุลกากรจับมือ 5 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คุมเข้มสินค้านำเข้า - เก็บภาษี ตั้งแต่ บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค.69 ชี้ไม่กระทบประชาชน
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมศุลกากรกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความมั่นใจของผู้บริโภคมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการควบคุมสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน เช่น อย. และ มอก. ซึ่งในอดีตแทบไม่มีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน
โดยกรมศุลกากรจะส่งรายชื่อสินค้าควบคุมให้แพลตฟอร์ม เพื่อช่วยคัดกรองและจำกัดการขายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
แม้แพลตฟอร์มจะมีสินค้าจำนวนมากระดับหลายล้าน SKU หรือหลายล้านรายการแต่ทุกแพลตฟอร์มมีความตั้งใจและให้ความร่วมมือ หากพบว่าสินค้าใดมีความเสี่ยงหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็จะลดหรือไม่เปิดให้จำหน่ายในประเทศไทย
สำหรับกรณีบุหรี่ไฟฟ้า นายพันธ์ทอง ยอมรับว่า ผู้ขายบางรายอาจพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำค้นหาโดยตรง แต่หลังแพลตฟอร์มมีการบล็อกคีย์เวิร์ด ทำให้สินค้ากลุ่มนี้หายไปจากระบบจำนวนมาก
เมื่อถูกถามถึงความพร้อมในการจัดเก็บภาษีอากรตั้งแต่วันแรกของการบังคับใช้ 1 มกราคมนี้ นายพันธ์ทองระบุว่า ในส่วนของประชาชนแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย
จริง ๆ สำหรับประชาชนทุกอย่างเกือบจะเหมือนเดิม เพราะของประมาณ 97% ส่งถึงบ้านเหมือนเดิม ยกเว้นของที่ส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งมีราว 1,300 กล่องต่อวัน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณทั้งหมด
ขณะที่ภาครัฐมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านกฎหมาย ระบบฐานข้อมูล และการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแพลตฟอร์ม โดยเริ่มหารือตั้งแต่ก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน และดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จก่อนการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อสินค้าจากต่างประเทศอาจมีราคาสูงขึ้น ขณะที่สินค้าของไทยราคาเท่าเดิมนั้น นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ส่วนตัวอยากสนับสนุนให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าในประเทศ พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบสินค้าที่ต้องสงสัยยังคงมีอยู่ แต่จะช่วยลดภาระลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นการตรวจตั้งแต่ต้นทาง โดยมีแพลตฟอร์มและผู้ขายร่วมคัดกรองไปพร้อมกัน ซึ่งการตรวจยังใช้ระบบเอกซเรย์ และเปิดตรวจเฉพาะพัสดุที่เห็นว่ามีความเสี่ยงจริง ไม่ใช่การสุ่มทั่วไป
ในประเด็นการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท นายพันธ์ทองระบุว่า สินค้าเกือบทุกรายการจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยถูกจัดเก็บเลย โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้อย่างน้อยประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ารายได้จากสินค้าหลักอื่นๆ โดยเฉพาะรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องสำอาง และกระเป๋า มีแนวโน้มลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ และการใช้สิทธิ FTA ที่ทำให้อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ในหลายรายการ
พร้อมกันนี้ นายพันธ์ทอง ยอมรับว่า แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ในปีหน้าจะมีความท้าทาย แต่ย้ำว่ามาตรการจัดเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซไม่ใช่ทำเพื่อรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความยุติธรรมและการช่วยเหลือ SMEs ไทยอีกด้วย
“ถ้าซื้อของจากต่างประเทศโดยตรง เงินไม่หมุนเวียนในประเทศเลย แต่ถ้าซื้อจากร้านค้าในไทย จะมีทั้งผู้ขาย ผู้ขนส่ง และคนในระบบได้ประโยชน์” นายพันธ์ทองกล่าว
ด้านตัวแทนจาก Lazada ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและภาครัฐจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการยกระดับมาตรฐานการค้าออนไลน์ของประเทศไทย
อย่างไรก็ดี ในระดับแพลตฟอร์มไม่สามารถรู้รายละเอียดทุกเรื่องได้ทั้งหมด การทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และสามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม
การที่เรามีความร่วมมือร่วมกัน ทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราเชื่อว่าการค้าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยจะเติบโตต่อไป และเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ต้องเติบโตอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
สำหรับผลกระทบจากมาตรการใหม่ ตัวแทน Lazada ยอมรับว่า อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกของการบังคับใช้ เนื่องจากต้องมีการปรับตัวและให้ความรู้กับผู้ขายทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ในภาพรวมมองว่าเป็นผลกระทบเชิงบวกมากกว่า
เมื่อผู้ขายได้รับทราบว่ามีกฎหมายและมาตรการใดที่ต้องปฏิบัติตาม ทุกคนจะอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน และสามารถสร้าง Ecosystem ที่มีความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น และเข้ามาใช้แพลตฟอร์มมากขึ้น
ทั้งนี้ ในด้านค่าครองชีพของประชาชน บริษัทให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมุ่งเน้นการส่งเสริมด้านการตลาดมากกว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ฟีดแบ็กหลักจากผู้ขายคือ ต้องการความชัดเจนในข้อกำหนดและสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่ง Lazada ได้มีการสื่อสารกับผู้ขายมาตั้งแต่การประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และใช้ระยะเวลาประมาณเกือบ 2 เดือนในการเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนดในวันที่ 1 มกราคมนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB