เงินบาทแข็งค่า ในรอบ 4 ปี 10 เดือน หลุดแแนว 31 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่า หลุดแแนว 31 บาทต่อดอลลาร์ จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ค่าแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน โดยล่าสุดหลุดแนว 31 บาทต่อดอลลาร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในมุมมองของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังอยู่ในวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
ประกอบกับความกังวลความเป็นอิสระของ เฟด และประเด็นวินัยทางการคลังของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทอาจมีจำกัด หากเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค หลังปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 ไม่เอื้ออำนวยต่อการแข็งค่าเท่าที่ควร และความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาทกับราคาทองคำโลกปรับลดลงอย่างมีนัย
ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์ ยังคงมีแนวโน้มปรับอ่อนค่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ตามการลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอลงต่อเนื่อง
ส่วนวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงปี 2569 หลังตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้อีก 3-4 ครั้ง ขณะที่ Dot Plots ของเฟดสะท้อนการลดดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อยในปีหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขในภาคแรงงาน
ขณะที่ผลกระทบของภาษีนำเข้า ที่มีต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มรุนแรงน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ นอกจากนี้ การหยุดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วง ต.ค. ถึง กลาง พ.ย. จะส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ภาพดังกล่าวสนับสนุนทิศทางการลดดอกเบี้ย และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มปรับอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งในทางกลับกันจะทำให้เงินสกุลหลัก และภูมิภาคเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า รวมถึงค่าเงินบาท
นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่กำลังเผชิญ Cyclical และ Structural Headwinds ในปีหน้า ไม่เอื้อให้ค่าเงินบาทแข็งค่า หากมองในมุมปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีความท้าทายค่อนข้างสูง
ttb analytics คาดว่าจีดีพีปีนี้ ชะลอลงโตเพียง 1.6%
ส่งผลให้ ttb analytics คาดว่าจีดีพีของไทยจะเติบโตเพียง 1.6% ชะลอตัวลงจากปี 2568 และต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จากอานิสงค์ของการเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ก่อนภาษีนำเข้าจะเริ่มการบังคับใช้
นอกจากนี้ การส่งออกของไทยก็ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งจากความสามารถในการแข่งขัน การสวมสิทธิ์สินค้าที่มาจากประเทศจีน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิตของโลก รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพการเมืองไทยที่ยังมีอยู่ หลังรัฐบาลชุดปัจจุบันมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายในปี 2569 ภาพดังกล่าวจะจำกัดการแข็งค่าของค่าเงินบาท และอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอ่อนค่ามากขึ้น โดยเฉพาะหากความสัมพันธ์ของเงินบาทและราคาทองคำลดต่ำลง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB