ความรวยที่แท้จริง ไม่ใช่เงินเยอะ แต่คือชีวิตที่เลือกได้
“หนุ่ย แบไต๋” เปิดมุมคิดชีวิตครึ่งหลัง ชี้! ความมั่งคั่งไม่ใช่แค่เงิน แต่คือการมี ทางเลือก และ Peace of Mind
“ชีวิตไม่ได้วัดแค่เรื่องเงิน” แต่ต้องมีสุขภาพที่ดี มีความสามารถในการสร้างรายได้ มีทรัพย์สินรองรับความเสี่ยง และที่สำคัญต้องมีความสบายใจ และนี่คือมุมมองของ นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือ หนุ่ย แบไต๋ ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ The Mid Point พร้อมเปิดแนวคิดการออกแบบชีวิตในช่วงครึ่งหลัง ตั้งแต่เรื่องการเงิน สุขภาพ การทำงาน ไปจนถึงความหมายของคำว่า “เกษียณ” อย่างน่าสนใจ
ตั้งเป้าอยู่เกิน 100 ปี เพราะโลกยังมีอะไรให้ค้นหา
เมื่อเข้าสู่วัยใกล้ 50 ปี หลายคนอาจเริ่มคิดถึงการเกษียณและการใช้ชีวิตหลังวัยทำงาน แต่สำหรับ หนุ่ย แบไต๋ เป้าหมายกลับแตกต่างออกไป เพราะเขาตั้งใจว่าจะมีชีวิตอยู่ให้เกิน 100 ปี เหตุผลไม่ได้ซับซ้อน เพราะเขามองว่าโลกยังสนุก ทั้งการเดินทาง การค้นหาสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงการได้อยู่กับลูก หลาน และคนที่รัก ทำให้การมีชีวิตที่ยืนยาวยังมีความหมาย
เขามองว่าชีวิตคือ การเดินทาง และมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว ดังนั้นการมีอายุยืนจึงไม่ควรหมายถึงเพียงการมีชีวิตอยู่ให้นาน แต่ต้องสามารถรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตไว้ให้นานที่สุดด้วย แนวคิดนี้สอดคล้องกับคอนเซปต์ใหม่ของแบไต๋ที่ใช้คำว่า Better Tomorrow หรือ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่า ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความหวัง ก็ยังมีเหตุผลที่จะอยากใช้ชีวิตต่อไป
รีแบรนด์แบไต๋ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ แต่คือการ “รีความรู้สึก”
หนุ่ย แบไต๋ ยังพูดถึงการรีแบรนด์แบไต๋ว่า สำหรับเขา การรีแบรนด์ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนโลโก้หรือภาพลักษณ์ แต่คือการรีความรู้สึก เมื่อเติบโตขึ้น ความสนใจของคนเราย่อมเปลี่ยนไป จากวันที่เคยตื่นเต้นกับการแกะกล่องมือถือหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ วันนี้เขาเริ่มให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพ การวางแผนชีวิต และอนาคตมากขึ้น นี่จึงเป็นการปรับตัวของแบรนด์ไปพร้อมกับการปรับตัวของคนทำงาน
เมื่อชีวิตเปลี่ยน สิ่งที่เราให้คุณค่าก็เปลี่ยนตาม ไม่จำเป็นต้องมี “แสนล้าน” ขอแค่มีเงินพอใช้และไม่เดือดร้อน
หนึ่งในประเด็นด้านการเงินที่น่าสนใจ คือ มุมมองต่อคำว่า “รวย” เขาเล่าว่า เคยได้รับคำถามจากคนที่มีทรัพย์สินระดับหมื่นล้านและต้องการขยับไปถึงแสนล้านว่า ระหว่างการมีเงิน 200 ล้านบาทกับ 100,000 ล้านบาท ชีวิตแตกต่างกันมากแค่ไหน
คำตอบคือ ในการใช้ชีวิตประจำวันอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทำให้หนุ่ย แบไต๋ กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า เป้าหมายที่แท้จริงของเขาอาจไม่ใช่การสะสมทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด แต่คือการมี “ตัวเลข” ที่ทำให้รู้ว่า หากมีเงินถึงระดับนั้นแล้ว ครอบครัวจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าเงินก้อน คือ ความสามารถในการหารายได้ เพราะตราบใดที่ยังมีทักษะและความสามารถในการสร้างรายได้ ก็ยังมีทางเลือกในการดำเนินชีวิต
บทเรียนจากธุรกิจสะดุด: หาเงินเก่ง ไม่เท่ากับ บริหารเงินเป็น
หนุ่ย แบไต๋ ยอมรับว่า แม้จะสามารถสร้างรายได้จากการทำงานได้ดี แต่ธุรกิจของเขาเองก็เคยประสบปัญหา บทเรียนสำคัญ คือ การทำงานหนักและมีรายได้เข้ามาไม่ได้หมายความว่าเงินจะเหลือเสมอไป เขาเปรียบเทียบว่า หากภาชนะมีรูรั่ว ต่อให้เติมน้ำมากแค่ไหน น้ำก็ยังไหลออกอยู่ดี ดังนั้น หลังจากผ่านประสบการณ์ธุรกิจสะดุด เขาจึงหันมาให้ความสำคัญกับการควบคุมการเงินมากขึ้น โดยนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลด้าน Financial Control
อีกเรื่องที่เขาเพิ่งเข้าใจชัดเจนในช่วงหลังคือ “บัญชี ไม่ใช่การเงิน”
บัญชีมีหน้าที่บันทึกและสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่การเงินต้องมองไปข้างหน้าและตอบให้ได้ว่า ธุรกิจจะเดินต่ออย่างไร เงินสดจะเพียงพอหรือไม่ และความเสี่ยงอยู่ตรงไหน จากคนที่เคย “ปั่นเบลอ” กับตัวเลข หรือ ไม่รู้เรื่องตัวเลข วันนี้เขากลับมาถามรายละเอียดมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ตัวเลขในรายงานผ่านไปโดยไม่ตรวจสอบ
ซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 20 ปลาย ก่อนเปลี่ยนเป็น “หลักประกัน” ในวันที่ธุรกิจมีปัญหา
การตัดสินใจซื้อบ้านในวัย 20 ปลาย ๆ ด้วยราคา 27.5 ล้านบาท ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่เขาสามารถผ่อนบ้านหมดภายใน 11 ปี เมื่อธุรกิจประสบปัญหา บ้านหลังดังกล่าวกลับกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสภาพคล่อง โดยสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อเพิ่มเติมได้
มุมมองดังกล่าวสะท้อนแนวคิดเรื่องการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพราะการวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้ถามเพียงว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะมีเงินเท่าไร แต่ต้องถามด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา เราจะเอาตัวรอดอย่างไร
3 เสาหลักสร้างความมั่นคง : ลงทุนกับตัวเอง สร้างสินทรัพย์ และลดความเสี่ยง
หากถอดแนวคิดเรื่องการบริหารชีวิตของพงศสุขออกมาเป็นภาพใหญ่ จะเห็น 3 เรื่องสำคัญ
1. ลงทุนกับตัวเอง
เขายังคงฝึกพูด เรียนรู้จากคนอื่น และพัฒนาทักษะอยู่ตลอด แม้จะอยู่ในวงการมานานหลายสิบปีเพราะความสามารถคือ “สินทรัพย์” ที่สามารถติดตัวเราไปได้ตลอดชีวิต
2. ลงทุนกับสินทรัพย์
ทั้งบ้าน บริษัท และการลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่เขาเชื่อมั่น โดยไม่ได้เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น แต่เลือกลงทุนในสิ่งที่เข้าใจและเชื่อว่าสามารถสร้างคุณค่าได้
3. ลดความเสี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเงินสำรอง การมีทรัพย์สินรองรับ หรือการทำประกันเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและชีวิต เพราะไม่มีใครสามารถควบคุมอนาคตได้ทั้งหมด
สุขภาพดีแค่ไหน ก็ยังต้อง “กันความเสี่ยง”
นอกจากเรื่องเงิน หนุ่ย แบไต๋ ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างจริงจัง ทั้งการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเอง แต่เขามองว่า ต่อให้ดูแลตัวเองดีเพียงใด ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีวันเจ็บป่วย สิ่งที่ทำได้คือ ตรวจให้เร็ว รู้ให้เร็ว และเตรียมรับมือให้พร้อม เขาจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ
แนวคิดนี้สะท้อนหลักเดียวกับการเงิน นั่นคือ อย่ารอให้เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่อยหันกลับมาดูตัวเลขเกษียณ อาจไม่ใช่การหยุดทำงาน แต่คือการได้เวลาในชีวิตคืนมา สำหรับ หนุ่ย แบไต๋ การเกษียณยังไม่ใช่เป้าหมายที่ชัดเจน เพราะทุกครั้งที่คิดว่าจะหยุดทำงาน ธุรกิจก็มักเกิดเรื่องให้ต้องกลับมาลุยต่อ เขาเคยลองหยุดงานและเดินทางเป็นเวลานาน แต่กลับค้นพบว่า มนุษย์อาจไม่ได้ต้องการหยุดทำงานตลอดเวลา
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ อิสรภาพทางเวลา
ในอดีต คนทำงานนำเวลาในแต่ละวันไปแลกกับเงินเดือน แต่เมื่อถึงวันที่ไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายอีกต่อไป เวลาทั้งหมดก็กลับมาเป็นของตัวเอง ดังนั้น การเกษียณในโลกยุคใหม่อาจไม่จำเป็นต้องหมายถึงหยุดทำงานตอนอายุ 60
แต่คือวันที่เราสามารถเลือกได้ว่า จะทำงานต่อหรือไม่ และจะใช้เวลาของตัวเองอย่างไร ความมั่งคั่งอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่คือการไม่ขาดแคลน อีกหนึ่งบทสนทนาที่น่าสนใจคือ นิยามของคำว่ามั่งคั่งเพราะความมั่งคั่งอาจไม่ได้หมายถึงการมีเงินมากที่สุด แต่คือการมีอาหารที่ดี มีสุขภาพ มีคนที่รัก มีความสามารถในการสร้างรายได้ มีเวลาพักผ่อน และสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจโดยมองว่า ตัวเขาเองอาจอยู่ในจุดที่เรียกว่า “มั่งคั่ง” แล้ว เพราะสามารถใช้ชีวิตในสิ่งที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องไล่ตามตัวเลขที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จงพอใจกับสิ่งที่มีจึงเป็นอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญ เพราะหากเราไม่รู้จักคำว่าพอ ต่อให้มีมากขึ้นเท่าไร ก็อาจยังรู้สึกว่าขาดอยู่เสมอ
เก่งคนเดียวไม่พอ ต้องทำให้คนอื่นเก่งขึ้นด้วย
ความสำเร็จไม่ได้จบลงที่การทำให้ตัวเองเก่งขึ้น แต่ต้องสามารถส่งต่อสิ่งที่เรียนรู้ให้คนอื่นเติบโตไปด้วย เพราะคำถามสำคัญไม่ใช่แค่เราจะเก่งไปทำไม แต่คือ ถ้าเราเก่งขึ้นแล้ว เราช่วยให้คนอื่นเก่งขึ้นได้หรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขายังคงทำสื่อและแบ่งปันความรู้ เพราะมองว่าคุณค่าของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เรามีเพียงคนเดียว แต่อยู่ที่สิ่งที่เราสามารถส่งต่อให้กับคนอื่นได้ด้วย
Peace of Mind คือ เป้าหมายของการวางแผนชีวิต
เมื่อรวบรวมทุกเรื่องที่พูดคุยกัน ทั้งการเงิน การลงทุน สุขภาพ การทำงาน ความสัมพันธ์ และการเตรียมรับความเสี่ยง จะเห็นว่าทุกอย่างกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ Peace of Mind ความสบายใจไม่ได้เกิดจากการไม่มีปัญหา แต่เกิดจากการรู้ว่า เมื่อปัญหาเกิดขึ้น เรามีแผนรับมือมีเงินสำรอง มีความสามารถในการหารายได้ มีทรัพย์สิน มีประกัน มีสุขภาพที่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ และมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้อนาคตที่ไม่แน่นอนกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวน้อยลง เพราะท้ายที่สุดแล้ว การวางแผนชีวิตในวัยกลางคนอาจไม่ใช่การพยายามคาดเดาว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่คือการเตรียมตัวเองให้พร้อมว่าไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังมีทางเลือก และนั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า Wealth ไม่ใช่การมีมากที่สุด แต่คือการมีชีวิตที่เรา “เลือกได้” มากที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB